กินพอดีๆเถอะ อะไรมากไปก็ไม่ดี

อย่าเชื่อทุกอย่างที่เห็นในโซเชียล! โพสนี้มีคนแชร์ไป400+แล้ว หมอเลยคิดว่าคงต้องเขียนสักหน่อย

คำพูดลักษณะนี้ไม่ถูกต้องในทางการแพทย์และอาจเป็นอันตรายกับคนอื่นโดยเขาอาจไม่รู้ตัวด้วย เพราะการกินไข่มากน้อย(หรืออาหารใดๆ) ขึ้นกับสุขภาพโดยรวม โรคประจำตัว ระดับไขมันในเลือด การทำงานของตับ ไต การใช้ยา และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละคน ฯลฯ

เพราะทุกอย่างมีผลข้างเคียงเสมอครับ ไม่ว่าจะเป็นยา อาหาร อาหารเสริม การรักษา หรือแม้แต่การผ่าตัด สิ่งสำคัญคือ อะไรเหมาะกับใคร มากหรือน้อยแค่ไหนและในบริบทอะไร เช่นการรักษาหรือการฟื้นฟู

คือธรรมชาติของคนเรามักจะเชื่อข้อมูลที่ตรงกับความคิด ความเชื่อ หรือสิ่งที่เราชอบอยู่แล้ว ถ้าเจอแบบนี้ก็มักจะไม่หยุดที่จะตั้งคำถามหรือไปหาข้อมูลเพิ่มเติม นี่คือเหตุผลที่ข้อมูลผิดๆ หรือข้อมูลที่พูดง่ายๆ คนเข้าใจได้เร็ว(แต่อันตราย)แพร่กระจายได้เร็วมาก

ดังนั้น เวลารับข้อมูลจากโซเชียล ควรถามต่อ คิดต่อ และตรวจสอบทุกครั้งก่อนนำมาใช้กับตัวเองนะครับ

หมออ๊อก

*ไข่ กินวันละ 1 ฟอง มากหรือน้อยกว่านี้ขึ้นอยู่กับโรคประจำตัวและสภาพร่างกายของแต่ละคน การกินมากเกินไปก็มีผลข้างเคียง การจะรู้ว่าแต่ละคนกินเท่าไรคือพอเหมาะ ควรจะไปพบแพทย์ อาชีพแพทย์มีไว้เพื่อสิ่งนี้แหละครับ หมอๆเขามีหน้าที่ปรับทุกอย่างให้เหมาะสมกับคนแต่ละคน #หมออ๊อกบอกเล่า #ไข่ #กินไข่ลดพุง #กินไข่ต้ม #กินไข่ต้มลดพุง

1/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากข้อมูลที่ได้รับการยอมรับทางการแพทย์ ปริมาณการกินไข่ที่เหมาะสมแตกต่างกันไปตามสุขภาพและอายุของแต่ละคน เช่น ผู้สูงอายุประมาณ 80 ปี สามารถกินไข่วันละ 2 ฟองได้โดยไม่เป็นอันตราย ขณะที่คนวัยไม่เกิน 50 ปี สามารถกินไข่ได้ถึงวันละ 6 ฟอง โดยที่กระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ ได้ลบโคเลสเตอรอลในไข่ออกจากรายการสารที่ต้องระวัง เนื่องจากไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างโคเลสเตอรอลในอาหารกับระดับโคเลสเตอรอลในเลือด อย่างไรก็ตาม การกินไข่มากเกินไปสำหรับบางคนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไขมันในเลือดสูง หรือโรคตับ ไต ควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสม การรับข้อมูลบนโซเชียลมีเดียควรระมัดระวังและหาข้อมูลเพิ่มเติมเสมอ เพราะข้อมูลที่เข้าใจง่ายอาจไม่ถูกต้องสำหรับทุกคน การกินไข่ไม่ควรมองแค่ว่า “มากไปก็ไม่ดี” เท่านั้น แต่ควรดูบริบทของสุขภาพและพฤติกรรมการใช้ชีวิต รวมถึงควรตรวจวัดระดับไขมันและสารอาหารในร่างกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปรับปริมาณให้เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเอง ซึ่งเป็นบทบาทของแพทย์ที่จะช่วยให้คำปรึกษาและวางแผนการกินอย่างเหมาะสม สุดท้าย การฟังคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและการรับข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ จะช่วยป้องกันการเข้าใจผิดและส่งเสริมสุขภาพที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ KajornOsathanond
KajornOsathanond

🍋❤️...แน่นอน..ที่สุด.ครับ...❤️👍