Strategy โลกอนาคต หรือ แชร์ลูกโซ่

Strategy ของ Michael Saylor

Strategy ของเซเลอร์ ทำอะไรกันแน่?

ถ้าพูดแบบกำปั้นทุบดิน บริษัทนี้ไม่ได้ผลิตอะไร ไม่ได้ขายอะไรที่เปลี่ยนโลก ธุรกิจซอฟต์แวร์เดิมของเขากลายเป็นแค่ฉากหลัง สิ่งที่เซเลอร์ทำจริงๆ คือวิศวกรรมทางการเงินที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนในระดับนี้ เขาระดมทุนผ่านการขายหุ้นสามัญ (ATM offering) และหุ้นบุริมสิทธิหลายชั้น เช่น STRC ซึ่งจ่ายปันผลแบบตราสารกึ่งหนี้ แล้วเอาเงินเกือบทั้งหมดไปซื้อบิทคอยน์เก็บในงบดุล

ปัจจุบันบริษัทถือบิทคอยน์มากกว่า 8 แสนเหรียญ ต้นทุนเฉลี่ยอยู่แถวๆ 75,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญ นั่นแปลว่าตราบใดที่ราคาบิทคอยน์อยู่เหนือระดับนี้ เกมยังเดินต่อได้ แต่ถ้าหลุดลงมาต่ำกว่านั้นเป็นเวลานาน แรงกดดันจากภาระปันผลของหุ้นบุริมสิทธิจะเริ่มบีบ

และ

ล่าสุดเซเลอร์เองก็เพิ่งพูดต่อหน้านักลงทุนเป็นครั้งแรกในรอบสี่ปีว่า บริษัทพร้อมจะขายบิทคอยน์บางส่วนเพื่อจ่ายปันผล เรื่องนี้สำคัญ เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา จุดยืนของเขาคือ “จะไม่มีวันขาย”

ฉันไม่มีปัญญาจะบอกว่าเขาขาวหรือเทา

ฉันไม่ใช่คนที่จะไปนั่งตัดสินว่าโมเดลนี้คือนวัตกรรมทางการเงินที่กล้าหาญที่สุดในยุคนี้ หรือเป็นแค่วงล้อที่หมุนต่อไปเรื่อยๆ บนความเชื่อ ฉันฟังคนที่กล้าออกมาวิเคราะห์ ด้วยความนับถือจริงๆ เพราะพวกเขากล้าใส่ความเห็นลงไปในเรื่องที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจน ฉันเป็นแค่คนฟัง ฟังอย่างเดียว ไม่ได้มีวุฒิภาวะพอจะไปชี้ว่าเซเลอร์กำลังพาบริษัทไปสวรรค์หรือดิ่งลงนรก

สิ่งที่ฉันทำก็แค่มีบิทคอยน์ติดปลายนวมไว้บ้าง

แบบฉีดอะดรีนาลีน 10 Amp(หน่วยทางการแพทย์) ใจเต้นขึ้นแรงกว่า BTC เวลาขึ้น ลงแรงกว่า BTC เวลาลง นั่นคือพอร์ตซิ่งเล็กๆ ที่ฉันมีและเข้าใจ ไม่ได้อยากไปตัดสินศีลธรรมของใคร

คำถามที่อยากให้ทุกคนคิดเอง

ในตลาดหุ้นไทย เรามีบทเรียนสองแบบที่ให้ภาพต่างกัน แบบหนึ่งคือบริษัทที่โตเร็วด้วยการไล่ซื้อกิจการแลกด้วยหุ้นตัวเองต่อเนื่อง (ซึ่งก็ไปสบายสมชื่อแระ)

อีกแบบคือบริษัทที่ท้ายที่สุดพบว่างบการเงินที่รายงานออกมาไม่ตรงกับความเป็นจริง (อันนี้ขนาดระดับสถาบันยังโดนกันเป็นแถว)

บริษัทของเซเลอร์ไม่ได้ทำอะไรแบบทั้งสองอย่างนั้นเป๊ะๆ เขาโปร่งใสเรื่องจำนวนบิทคอยน์ที่ถือ รายงานทุกครั้งที่ซื้อขายผ่าน SEC filing แต่โมเดลที่พึ่งพาการระดมทุนต่อเนื่องเพื่อไปซื้อสินทรัพย์ผันผวนตัวเดียว แล้วราคาหุ้นเทรดเหนือมูลค่าบิทคอยน์ที่ถือจริง (mNAV) ก็มีจุดที่ชวนให้ตั้งคำถามว่าโครงสร้างนี้ต่างจากแชร์ลูกโซ่ตรงไหน หรือมันคือวิวัฒนาการทางการเงินที่แท้จริง

ฉันไม่ตัดสินครับ ท่านพิจารณาเอาเอง

นิยามแชร์ลูกโซ่ก่อน แล้วค่อยเทียบ

แชร์ลูกโซ่ (Ponzi scheme) ตามนิยามคลาสสิก มีลักษณะร่วมกันสี่อย่าง คือ

หนึ่ง ผลตอบแทนที่จ่ายให้นักลงทุนรุ่นก่อนมาจากเงินของนักลงทุนรุ่นใหม่ที่เข้ามา ไม่ได้มาจากกำไรของธุรกิจจริง

สอง ไม่มีสินทรัพย์หรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจใดๆ ที่สร้างมูลค่าเพิ่มจริง

สาม มักปกปิดโครงสร้างที่แท้จริง หรือให้ข้อมูลเท็จเพื่อจูงใจ

สี่ ระบบจะพังทันทีที่เงินก้อนใหม่ไหลเข้าช้ากว่าภาระที่ต้องจ่ายออก

ทีนี้มาเทียบกับ Strategy ทีละข้อ

ความเหมือน

• ต้องอาศัยการระดมทุนใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อค้ำจุนภาระเก่า ล่าสุดต้องขาย BTC ครั้งแรกในรอบสี่ปีเพื่อเอาเงินไปจ่ายปันผลหุ้นบุริมสิทธิ STRC ซึ่งเข้าเค้าข้อหนึ่งของนิยามข้างต้น คือเอาสินทรัพย์ก้อนเดิม (หรือเงินก้อนใหม่) มาจ่ายภาระให้ผู้ถือหุ้นรุ่นก่อน

• ราคาหุ้นพึ่งพาความเชื่อมั่นและการไหลเข้าของเงินทุนใหม่เป็นหลัก ไม่ได้มาจากกำไรจากการดำเนินธุรกิจซอฟต์แวร์ดั้งเดิมซึ่งกลายเป็นส่วนเล็กมากของมูลค่าบริษัท

• มีกลไกป้อนกลับ (reflexivity) ที่คล้าย Ponzi ตรงที่ ยิ่งราคาหุ้นสูง ยิ่งระดมทุนง่าย ยิ่งซื้อ BTC ได้มาก ยิ่งดันราคาขึ้นต่อ แต่พอวงจรกลับทิศ แรงกดดันก็ทบต้นเช่นกัน

ความต่าง

• โปร่งใส ไม่ปกปิด บริษัทเปิดเผยจำนวน BTC หนี้สิน และโครงสร้างทุนทุกไตรมาสต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ผ่านการตรวจสอบบัญชีอิสระ ต่างจาก Ponzi ที่อาศัยการปกปิดเป็นแกนกลาง

• มีสินทรัพย์จริงหนุนหลัง บิทคอยน์ที่ถือซื้อขายในตลาดเปิดได้ทุกวัน มีราคาอ้างอิงชัดเจน ไม่ใช่ตัวเลขที่กุขึ้นมาลอยๆ แบบคดีฉ้อโกงทั่วไป

• ไม่ได้สัญญาผลตอบแทนคงที่เกินจริงให้นักลงทุนรายใหม่แบบที่ Ponzi ต้องทำเพื่อจูงใจคนเข้ามาเรื่อยๆ ผู้ถือหุ้นสามัญรับความเสี่ยงตามราคาตลาดเต็มที่ ไม่มีการการันตีผลตอบแทน

โครงสร้างของ Strategy มีจุดเปราะบางที่ “หน้าตา” คล้ายแชร์ลูกโซ่ตรงเรื่องพึ่งพาเงินใหม่มาจ่ายภาระเก่า แต่ไม่เข้าเกณฑ์ทางกฎหมายของ Ponzi เพราะไม่มีการปกปิดและมีสินทรัพย์จริงหนุนหลัง สิ่งที่แม่นยำกว่าคือเรียกมันว่า high-leverage reflexive bet ที่มีความเสี่ยงเชิงโครงสร้างคล้าย Ponzi แต่ไม่ใช่การฉ้อโกงตามนิยาม

แต่ตอนนี้โมเดลกำลังโดนทดสอบจริงจัง บริษัทถือ BTC 847,363 เหรียญ ต้นทุนเฉลี

7/3 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ของผู้ที่ติดตามข่าวสารและลงทุนในตลาดคริปโตมาไม่น้อย ผมเห็นความน่าสนใจและความท้าทายในโมเดลของ Michael Saylor อย่างชัดเจน สิ่งที่แตกต่างจากแชร์ลูกโซ่ทั่วไปก็คือความโปร่งใสในการรายงานจำนวนบิทคอยน์และโครงสร้างหุ้นที่บริษัทมีให้เห็นผ่าน SEC filing อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงบิทคอยน์เป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้และมีราคาตลาดเปิด ป้องกันการกุเรื่องมูลค่าเหมือนแชร์ลูกโซ่ที่ปกติ แต่ความเสี่ยงของโมเดลนี้ก็สูงมาก เนื่องจากพึ่งพาการระดมทุนใหม่มาเพื่อจ่ายภาระเดิม การที่ราคาบิทคอยน์ผันผวนอย่างมากและต้นทุนเฉลี่ยสูงถึงราว 75,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ยิ่งเพิ่มความกดดันในการทำกำไรและความเสี่ยงต่องบปันผลหุ้นบุริมสิทธิ ผู้ลงทุนควรมีความเข้าใจในลักษณะ high-leverage reflexive bet ที่หากวงจรตลาดดี ราคาบิทคอยน์และหุ้นอาจวิ่งได้ดี แต่ถ้าตลาดผันผวนในทางกลับกัน ผลกระทบจะทบต้นทบดอก และอาจเห็นบริษัทต้องขายบิทคอยน์เพื่อรักษาสภาพคล่อง ผมเองก็ถือคริปโตไว้เป็นพอร์ตเล็กๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงและรับมือความผันผวนนี้ การลงทุนในโมเดลแบบนี้จึงเหมาะกับผู้ที่มีความรู้และใจพร้อมรับความเสี่ยงสูง ทั้งนี้ควรติดตามข่าวสารและผลประกอบการอย่างใกล้ชิดเพื่อพร้อมปรับพอร์ตตามสถานการณ์ สำหรับใครที่สนใจแนวคิดและกลยุทธ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ ควรศึกษาให้ลึกซึ้งและวิเคราะห์ด้วยตัวเอง สุดท้ายการตัดสินใจลงทุนย่อมต้องอยู่บนพื้นฐานข้อมูลจริง ความโปร่งใส และความเข้าใจในความเสี่ยงเป็นหลัก

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ThaiLLM คืออะไร? AI ภาษาไทยที่อาจเปลี่ยนอนาคต
ThaiLLM คืออะไร? AI ภาษาไทยที่อาจเปลี่ยนอนาคตประเทศไทย โลกกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของ AI 🤖 และประเทศไทยเองก็เริ่มพัฒนา AI ภาษาไทยของตัวเองในชื่อ “ThaiLLM” 🇹🇭 AI สามารถช่วยเขียนบทความ สร้างภาพ ตัดต่อวิดีโอ พากย์เสียง แต่งเพลง หรือแม้แต่ตอบลูกค้าแทนมนุษย์ได้ คำถามสำคัญวันนี้จึงไม่ใช่ว่า “A
LoveStoryWorld

LoveStoryWorld

ถูกใจ 4 ครั้ง

Career Strategy 101: วางแผนอาชีพระยะยาวให้โตจริง
อยากให้อาชีพเติบโต ต้องวางแผน ไม่ใช่ปล่อยไหล เริ่มจาก 1) หาเป้าระยะยาว ว่าอยากเป็นใครใน 5–10 ปี 2) ดูช่องว่างสกิล ว่าต้องเก่งอะไรเพิ่ม 3) เลือกเส้นทางอาชีพที่ขึ้นเงิน–ขึ้นตำแหน่งได้จริง 4) วางกลยุทธ์อัปสกิลรายปี นี่คือ Career Strategy 101 ที่ทำให้การงานโตแบบมีระบบ ไม่ใช่หวังดวง 💼🔥 #career
leeaonglee

leeaonglee

ถูกใจ 8 ครั้ง

🛑 “ผู้บริหารนามบัตร”…เมื่อโลกการทำงานกำลังป่วยด้วยโรค “ตำแหน่งเฟ้อ”
🛑 “ผู้บริหารนามบัตร”…เมื่อโลกการทำงานกำลังป่วยด้วยโรค “ตำแหน่งเฟ้อ” (ทำไมหัวหน้าถึงเต็มองค์กร แต่คนที่ตัดสินใจได้จริงกลับหายากขึ้นทุกวัน?) ลองเปิด LinkedIn ของคุณขึ้นมาดูสิครับ เมื่อไม่นานมานี้ ผมลองค้นหาคำว่า “Director”, “VP” และ “Head of” ในประเทศไทยแบบคร่าวๆ ใน LinkedIn เพื่อดูว่าปัจจุบัน
วันละเรื่องสองเรื่อง

วันละเรื่องสองเรื่อง

ถูกใจ 0 ครั้ง

แนวทางเพิ่มผู้ติดตาม TikTok ให้ได้ 1,000 คน ที่อาจเป็นฐานลูกค้าคุณในอนาคต
มีแนวทาง หรือวิธีการอย่างไร มาดูกัน🥰 #เพิ่มผู้ติดตาม #ปั่นช่องtiktok #นายหน้าtiktokมือใหม่ #นายหน้าติ๊กต๊อกมือใหม่ #fypシ
Boomer Header Shop

Boomer Header Shop

ถูกใจ 2 ครั้ง

รัสเซียขยับหมากสำคัญ เปิดตัว 'Oreshnik' ยุทโธปกรณ์ความเร็วสูงที่อาจพลิกสมการความมั่นคงโลก
รัสเซียขยับหมากสำคัญ เปิดตัว 'Oreshnik' ยุทโธปกรณ์ความเร็วสูงที่อาจพลิกสมการความมั่นคงโลก การนำระบบยุทโธปกรณ์ขั้นสูงอย่าง Oreshnik ของรัสเซียเข้ามาประจำการ (ตามรายงานระบุช่วงเดือนธันวาคม 2025) กำลังตอกย้ำให้เห็นว่า "เทคโนโลยี" คือหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ความมั่นคงยุคใหม่ 🌍 ระบบ
DEEPKUB

DEEPKUB

ถูกใจ 0 ครั้ง

ภาพหน้าปกแสดงชื่อเรื่อง 'เจาะลึก TREND FOLLOWING STRATEGY' โดยบุญรอด เทรดให้รอด พร้อมโลโก้ Lemon8 และ @tradehirod
กราฟแสดงผลตอบแทนสะสมของกลยุทธ์ Trend Following กว่า 2 ศตวรรษ ตั้งแต่ปี 1800 ถึงปัจจุบัน ชี้ให้เห็นว่าเป็นความผิดปกติของตลาดที่ยั่งยืน
ภาพอธิบายปรัชญา Trend Following คือการไม่ทำนายแต่ติดตาม โดย 'ซื้อเมื่อราคาขึ้นและขายเมื่อราคาลง' พร้อมคำคม Ed Seykota
🧭 เจาะลึก Trend Following Strategy
🧭 เจาะลึก Trend Following Strategy 📈 “เทรดให้รอด ไม่ใช่เทรดให้ถูก” Trend Following ไม่ได้เดาอนาคต แต่คือการ ยอมรับสิ่งที่ตลาดเป็น และ “ตามน้ำ” ไปกับมัน หัวใจของระบบนี้คือ ✅ ซื้อเมื่อราคาเบรกขึ้น ✅ ขายเมื่อราคาเบรกลง ✅ ยอมขาดทุนเล็ก ๆ ซ้ำ ๆ ✅ เพื่อรอชนะครั้งใหญ่เพียงไม่กี่ครั้ง 🛠เครื่อง
เทรดให้รอด

เทรดให้รอด

ถูกใจ 0 ครั้ง

Framework ระดับโลก ที่ช่วยองค์กรใช้ AI อย่างมีทิศทาง
🛑 เลิกใช้ AI แบบตามกระแส ถอดรหัส 6 Framework ระดับโลก ที่ช่วยองค์กรใช้ AI อย่างมีทิศทาง เมื่อทุกบริษัทอยากเป็น “AI Company” แต่แทบไม่มีใครตอบได้ว่า AI ควรทำอะไรบ้างในองค์กร? ช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา คำว่า AI Transformation กลายเป็นวาระสำคัญของแทบทุกองค์กร ผู้บริหารจำนวนมากประกาศแผนลงทุนด้าน AI บ
วันละเรื่องสองเรื่อง

วันละเรื่องสองเรื่อง

ถูกใจ 6 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม