Automatically translated.View original post

Raising sourdough starters. Who says hard? 🥖🥪🥐

5/20 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ตรง ผมคิดว่า 'เลี้ยง sourdough starter ใครว่ายาก' เป็นความคิดที่เข้าใจผิด เพราะถ้าเราเริ่มต้นด้วยตารางการให้อาหารที่ชัดเจน และมีการตรวจเช็กสัญญาณต่างๆ เช่น การเกิดฟอง กลิ่นเปรี้ยวที่พัฒนาไปในแต่ละวัน ก็จะช่วยให้เราเข้าใจการพัฒนาของแบคทีเรียและยีสต์ในสตาร์ทเตอร์ได้ง่ายขึ้น ตารางที่แจกในบทความนี้ใช้ส่วนผสมในอัตราส่วน 1:1:1 คือ starter เดิม 50 กรัม น้ำ 50 กรัม และแป้ง 50 กรัม ซึ่งง่ายต่อการผสมและจำ รวมถึงการให้อาหารทุกวันโดยการเททิ้งครึ่งหนึ่งของสตาร์ทเตอร์ก่อนเติมแป้งและน้ำช่วยให้ระบบบริสุทธิ์และเพิ่มพลังให้ยีสต์ได้อย่างเต็มที่ การเปลี่ยนแปลงของกลิ่นและลักษณะของฟองที่เห็นได้ชัดเจนตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่ 7 เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการเลี้ยงสตาร์ทเตอร์ ว่ามันพร้อมสำหรับการใช้งานแล้ว การลอยน้ำเพื่อทดสอบก็เป็นวิธีง่ายๆ ที่ทำให้เรามั่นใจว่าสตาร์ทเตอร์นั้นมีฟองอากาศและแอคทีฟเพียงพอที่จะทำให้ขนมปังฟูได้ จากประสบการณ์ ในช่วงแรกๆ ที่เลี้ยง สตาร์ทเตอร์ควรวางในที่อุณหภูมิห้องที่ไม่หนาวเกินไป อุณหภูมิประมาณ 26-28 องศาเซลเซียสเหมาะสมที่สุด เพราะจะช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของยีสต์และแบคทีเรียชนิดดีได้ดี นอกจากนี้การใช้แป้งโฮลวีตในช่วงแรกๆ ก็ช่วยกระตุ้นการฟูและกลิ่นหอมของสตาร์ทเตอร์ได้ดีขึ้น เคล็ดลับอีกอย่างที่อยากแนะนำ คือการอดทนและสังเกตอย่างใกล้ชิด เพราะสตาร์ทเตอร์คือสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง การให้อาหารทุกวันในเวลาที่เหมาะสมและการสังเกตลักษณะโดยรวมจะทำให้เราเข้าใจมันดีขึ้น และสามารถปรับปรุงสูตรให้เหมาะกับสภาพอากาศและวัตถุดิบในพื้นที่ของเราได้ สุดท้ายนี้ อย่ากลัวหากเจอกลิ่นแรงหรือฟองขึ้นผิดปกติ เพราะเป็นเรื่องปกติในช่วงแรกๆ ที่สตาร์ทเตอร์จะสร้างสภาวะเชื้อจุลินทรีย์ที่หลากหลาย จนกว่าจะคัดเลือกพันธุ์เฉพาะที่เหมาะสมแล้วเริ่มนิ่งและพร้อมใช้งาน แล้วคุณจะได้สนุกกับการทำขนมปังซาวโดว์แบบโฮมเมดด้วยใจที่อุ่นใจและรสชาติที่เข้มข้นขึ้นจริงๆ!