7 ความลับที่ธนาคารไม่ได้บอก ตอนยื่นกู้คอนโด
การกู้เงินเพื่อซื้อบ้าน หรือคอนโด ถือเป็นภาระระยะยาวววว +++
ดังนั้นก่อนเป็นหนี้หลักล้าน เรื่องที่เราควรต้องรู้และเข้าใจ ก็คือเรื่องของสินเชื่อ และดอกเบี้ยอย่างถ่องแท้ เพราะถ้าเราไม่รู้ แน่นอนว่าธนาคารก็จะไม่บอกเงื่อนไขเราครบถ้วนแน่ ๆ
1 ดอกเบี้ยธนาคารสามารถต่อรองได้
โดยเงื่อนไขการพิจารณาการต่อรอง ก็ขึ้นอยู่ กับการอัตราดอกเบี้ยที่เราขอไป แต่ละธนาคารก็ไม่เท่ากัน แต่ก่อนอื่นก็ต่อรองไว้ก่อนค่ะ เพื่อที่เราจะได้นำข้อมูลไปตัดสินใจเปรียบเทียบได้ถูกต้อง และถูกที่สุด
•••••••••••••••••••••••••••••••••••
2 อ่านรายละเอียดเรื่องดอกเบี้ยให้ลึกซึ้งก่อนเซ็นสัญญา
ปกติแล้วดอกเบี้ยคอนโดหรือบ้าน ช่วงที่เป็นโปร 1-3 ปีแรก เงินที่เราจะจ่ายไปส่วนมากจะตัดแค่ในส่วนของดอกเบี้ย โดยเฉพาะยิ่งถ้าเป็นสินเชื่อที่เป็นโปรผ่อนถูก เช่น โปรโมชัน ปีแรกผ่อน 4,000 หมายความว่าเงินทั้งหมด แทบจะเป็นแค่ดอกเบี้ยล้วน ไม่ได้ตัดเงินต้นเลย (ต้องอ่านรายละเอียดดี ๆ )
ดังนั้นแนะนำว่า ช่วง 1-3 ปีแรก เป็นช่วงที่เราควรโปะเงินให้เยอะที่สุด เพราะปีต่อๆไป
จะช่วยตัดเงินต้นได้เยอะขึ้น
•••••••••••••••••••••••• •••••••••••
3.จำนวนเงินที่ผ่อนต่อเดือน คือขั้นต่ำ แต่เราสามารถจ่ายเพิ่มได้ !
จำนวนเงินที่ผ่อนต่อเดือนที่ระบุไว้ เช่น ผ่อน 8,000 บาท ทั้งหมด 30 ปี นั้นเป็นแค่เงินขั้นต่ำที่เราต้องจ่าย แต่ถ้าอยากคอนโดเราหมดไวขึ้น แนะนำว่าให้จ่ายเพิ่ม หรือเรียกว่าโปะ อีกสัก 15% (ประมาณ 12,000 ถ้าไหว) เพื่อให้เงินเข้าไปตัดเงินต้น จะช่วยลดปีที่เราต้องผ่อนไวขึ้นได้
•••••••••••••••••••••••••••••••••••
4.เมื่อขอสินเชื่อจะโดนบังคับทำประกันเสมอ
ทุกครั้งที่เราขอยื่นกู้สินเชื่อ ธนาคารจะเสนอให้เราทำประกันเช่น ประกันอัคคีภัย เสมอ
แน่นอนว่าต้องมีคนที่ไม่อยากทำ ดังนั้นแทบจะทุกธนาคารจึงเสนอแผนโปรโมชัน หากกู้สินเชื่อ + ทำประกันเพิ่ม ก็จะได้อัตราดอกเบี้ย 1-2 ปีแรกที่ถูกลงกว่ากว่าเดิม 1-2 %
ซึ่งตัวประกันภัยต่าง ๆ เราก็ธ นาคารจะให้เป็นสินเชื่อผ่อน ยื่นกู้ไปทีเดียวกับคอนผ่อนคอนโดเราเลย ง่ายๆ ก็คือ ผ่อนทั้งราคาบ้านและประกันไปด้วยเลยค่ะ
•••••••••••••••••••••••••••••••••••
5.ตอนโอนบ้านหรือคอนโด มีค่าใช้จ่ายอีกนะ
หลังจากเราที่เรายื่นกู้ผ่านแล้วตอนโอนกรรมสิทธิ์ คนซื้ออย่างเราก็ต้องเตรียมเงินอีกก้อนสำหรับ ค่าอากรสแตมป์ ค่าจดจำนอง และค่าธรรมเนียมการโอนของราคาประเมินที่กรมที่ดินอีก (ค่าโอนตกลงระหว่างเจ้าของโครงการนะคะ บางที่ก็มีโปรฟรีค่าธรรมเนียมพวกนี้)
•••••••••••••••••••••••••••••••••••
6.ธนาคารสามารถขอปรับดอกเบี้ยได้
ในกรณีที่เราซื้อบ้านที่ระบุว่าเพื่ออยู่อาศัย แต่ไปๆ มา เราปรับให้เป็นร้านขายของ หรือโฮมออฟฟิศ ธนาคารอาจจะมองว่ามีความเสี่ยง อาจจะขอปรับอัตราดอกเบี้ยในภายหลังได้นะคะ
•••••••••••••••••••••••••••••••••••
7.ศึกษาเทคนิค Refinance หรือ Retention จะช่วยประหยัดดอกเบี้ย
ต่ำกว่าดอกเบี้ยที่จะต้องจ่ายจริง
หลังจากเราผ่อนบ้านผ่าน 3 ปี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นช่วงดอกเบี้ยโปรโมชัน ทำให้ปีที่ 4 ดอกเบี้ยจะถูกปรับขึ้นหลาย % ดังนั้นเราสามารถอาจจะขอลดค่าดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม (Retension) หรือลองยื่น ช็อปปิ้งกับธนาคารใหม่ดูได้ (Refinance) ทั้งนี้ต้องเปรียบเทียบให้คุ้มที่สุด
ใครมีประสบการณ์กู้คอนโดมาแชร์กันนะคะ 👍👍
#วิถีพ่อบ้าน #กู้ซื้อคอนโด #สินเชื่อ #ชาวคอนโด #บ้านเราอยากรีวิว
















































ตอนนี้เราจะอัดเงินผ่อนเข้าไปจะต้องต่ายให้เท่ากันทุกเดือนถูกต้องไหมคะ ขออนุญาตยกตัวอย่างนะคะสมมุติว่ายอดผ่อนอยู่ที่ 5000 แล้วเราต้องการปิดยอดให้เร็วที่สุดก็คือจ่ายเพิ่มไปเป็น 15,000 = ยอดนั้นจะเป็นยอดทั้งหมด 20,000 บาทถูกต้องมั้ยคะ เราก็ต้องจ่ายยอดนี้ตลอดสามปีเป็นเวลาทั้งหมด 36 งวดใช่ไหมคะ