Automatically translated.View original post

Taro pot

🔆 ratio and mixture

1 kg raw taro

1 kg of coconut milk

8 Number One Chicken Eggs

6 duck eggs

350 grams of coconut sugar

1 / 2 teaspoon salt

🔆 how to bake

Bake 170 Degrees 1 Hour Upper Lower Fire

Bake 120 degrees, 40 minutes. Lower light.

Bake 120 degrees, 40 minutes. Fire on the bottom.

🔆 tips for baking.

Keep observing the dessert in the oven often. If the dessert starts to swell, let us open the lid of the oven to cool it. The dessert will slowly collapse. When the dessert collapses, then close the lid of the oven. Do this until the baking time is over.

P.S. Baking the first hour, the dessert is not fluffy yet.

# Taro curry pot candy # Taro curry pot # Thai snacks # Ancient Thai snacks # Curry pot candy

2025/8/17 Edited to

... Read moreหลายคนทำ “หม้อแกงเผือก” แล้วเจอปัญหาเนื้อไม่เนียน หน้าฟูแล้วทรุด หรือมีกลิ่นคาวไข่ เราเลยขอเสริมทริกที่ใช้จริงให้ขนมหม้อแกง/หม้อแกงไข่ออกมาสวยขึ้น (ยังคงฟีลสูตรหม้อแกงโบราณ หอมกะทิแบบขนมไทย) 1) เลือกและเตรียมเผือกให้เนียน - ถ้าเป็นเผือกดิบ แนะนำปอกแล้วแช่น้ำผสมเกลือนิดหน่อย 10–15 นาที ช่วยลดเมือกและกันดำ จากนั้นนึ่งให้สุกก่อนค่อยบด/ปั่น จะได้เนื้อเนียนกว่าการใช้ดิบล้วน - ตอนบดเผือก ถ้าอยากเนียนมากให้ร่อนผ่านตะแกรง 1 รอบ (เพิ่มเวลาแต่คุ้ม) 2) กะทิทำให้หอม แต่ต้องระวังแตกมัน - ถ้าใช้กะทิกล่อง/กะทิสำเร็จรูป ให้คนให้เข้ากันก่อนชั่ง เพราะบางยี่ห้อแยกชั้นง่าย - เวลาอุ่นส่วนผสม (ถ้าทำ) ให้อุ่นไฟอ่อนๆ แค่พออุ่น ไม่ต้องเดือด จะช่วยให้เนื้อขนมเนียนและไม่เป็นเม็ด 3) เรื่องไข่: ทำไมต้องใช้ทั้งไข่ไก่และไข่เป็ด - ไข่เป็ดช่วยให้มันและหอม “สไตล์หม้อแกงไข่” แต่ถ้ากังวลคาว ให้ล้างเปลือกไข่ก่อนตอก และใส่เกลือเล็กน้อยตามสูตร ช่วยตัดกลิ่นได้ดี - เวลาตีไข่ ไม่ต้องตีให้ขึ้นฟู ตีแค่พอแตกและเข้ากัน แล้วกรองผ่านกระชอน 1 รอบ จะลดฟองอากาศ ทำให้หน้าขนมเรียบ 4) เทคนิคกันหน้าฟู/หน้าร้าวระหว่างอบ - สาเหตุที่หน้าฟูมักมาจากความร้อนแรงช่วงต้น + มีฟองอากาศในแบตเตอร์ - ทำตามทริก “เปิดฝาเตาเพื่อระบาย” ได้ผลจริง โดยเฉพาะช่วงที่ขนมเริ่มดันตัวขึ้น ให้แง้มเตา 5–10 วินาทีแล้วปิด ทำซ้ำเป็นระยะจนทรงนิ่ง หน้าจะยุบสวยแบบขนมหม้อแกงเผือกหน้าตึง 5) ภาชนะและการเช็กสุกแบบไม่พังหน้า - ถาดโลหะนำความร้อนได้ดี หน้าจะขึ้นสีง่ายกว่า ถ้าใช้ถาดแก้วอาจต้องเพิ่มเวลาเล็กน้อย - เช็กสุกให้เขย่าถาดเบาๆ ถ้าตรงกลางไม่น้ำไหวแล้วถือว่าใช้ได้ หรือใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มตรงกลาง ถ้าออกมาเกือบแห้ง (มีชื้นนิดๆ) จะได้เนื้อฉ่ำเนียน 6) พักและเก็บให้เนื้อเซ็ตตัว - อบเสร็จอย่าเพิ่งตัดทันที พักให้เย็นสนิทก่อนค่อยแช่ตู้เย็น 3–4 ชั่วโมง เนื้อหม้อแกงจะเซ็ต แน่น เนียน และตัดชิ้นสวย - เก็บในกล่องปิดสนิท แช่เย็นได้ประมาณ 3–4 วัน ถ้าจะอุ่นให้ใช้ไมโครเวฟไฟกลางสั้นๆ หรืออุ่นไอน้ำ จะไม่แห้ง หวังว่าส่วนเสริมนี้จะช่วยให้ใครที่ค้นหา “หม้อแกงเผือก/หม้อเเกง/ขนมหม้อแกง/สูตรหม้อแกงโบราณ” ทำออกมาเนียนหอมและได้หน้าสวยขึ้นนะคะ