ต้มจับฉ่าย
เวลาคนถามว่า “ต้มจับฉ่ายใส่ผักอะไรบ้าง” เราว่าคำตอบที่ดีที่สุดคือ ใส่ได้ตามของที่มีในตู้เย็น แต่ถ้าอยากได้รสแบบ “ต้มจับฉ่ายสูตรโบราณ” ที่น้ำซุปหวานธรรมชาติและกลิ่นหอมๆ จะมีผักหลักอยู่ไม่กี่ตัวที่ช่วยทำให้น้ำซุปกลมกล่อมมากขึ้น ผักที่เราใส่บ่อย (เลือกอย่างน้อย 5-8 อย่างก็อร่อยแล้ว) - กะหล่ำปลี: ตัวหลัก ทำให้น้ำซุปหวานและหอม - ผักกาดขาว: ให้ความหวานใสๆ ซดคล่องคอ - หัวไชเท้า: เพิ่มความหวานแบบละมุน (หั่นชิ้นหนานิดจะไม่เละ) - คะน้า: ให้กลิ่นเขียวๆ และเนื้อกรุบ - ขึ้นฉ่าย: ใส่ท้ายๆ ช่วยเพิ่มความหอม - แครอท: เพิ่มหวานและสีสวย - เห็ดหอม/เห็ดอื่นๆ: ช่วยให้น้ำซุปหอมลึกขึ้น - เต้าหู้ทอด/ฟองเต้าหู้/เส้นหมี่ซั่ว (สายเมนูเจชอบมาก): ทำให้น้ำซุปนัวและอิ่มท้อง สัดส่วนที่ทำแล้ว “ไม่พลาด” (แนวบ้านๆ) เราใช้กะหล่ำปลี + ผักกาดขาวเป็นฐานเยอะหน่อย (รวมกันประมาณครึ่งหม้อ) แล้วค่อยเติมหัวไชเท้า แครอท คะน้า เห็ด และขึ้นฉ่ายตามชอบ ถ้ากลัวขมจากคะน้า ให้เลือกก้านอ่อนๆ และใส่ช่วงท้าย วิธีต้มให้อร่อยแบบไม่เละ 1) ล้างผักให้สะอาด หั่นชิ้นพอดีคำ (ผักใบอย่าหั่นเล็กเกิน) 2) เริ่มต้มจากของแข็งก่อน: หัวไชเท้า แครอท เห็ด (จะทำให้น้ำหวานเร็ว) 3) ตามด้วยผักใบที่สุกช้า: กะหล่ำปลี ผักกาดขาว 4) ปรุงรสทีละน้อย แล้วค่อยใส่คะน้า/ขึ้นฉ่ายช่วงท้าย เพื่อให้ยังกรอบและหอม เคล็ดลับรส “สูตรโบราณ” ที่เราชอบ - ใช้ไฟอ่อนเคี่ยวให้นานขึ้นนิด น้ำซุปจะหวานจากผักเอง - ถ้าทำเมนูเจ ให้ใช้น้ำซุปเห็ดหอม (แช่เห็ดหอมแล้วใช้น้ำแช่) เติมซีอิ๊วขาว/ซีอิ๊วดำเล็กน้อย จะได้สีสวย - อยากให้หอมขึ้น ใส่พริกไทยขาวตอนท้าย หรือใส่รากผักชีตอนต้ม (ถ้ามี) ต้มจับฉ่ายเก็บยังไงให้อร่อยข้ามวัน ปล่อยให้เย็นก่อนแล้วค่อยแช่ตู้เย็น วันถัดมาอุ่นไฟอ่อนๆ ผักจะซึมรสน้ำซุปมากขึ้น (อร่อยขึ้นจริง) แต่ถ้ากลัวผักนิ่มเกิน ให้แยก “ผักใบ” ออกแล้วค่อยใส่ตอนอุ่นก็ได้ สรุปคือ ต้มจับฉ่ายใช้ผักอะไรบ้างไม่ตายตัว แต่ถ้าอยากได้รสหวานหอมแบบที่คุ้นเคย ให้เริ่มจากกะหล่ำปลี ผักกาดขาว หัวไชเท้า แล้วค่อยเติมคะน้า ขึ้นฉ่าย เห็ด และเต้าหู้ตามชอบ รับรองหม้อเดียวอยู่!









