เขียวแล้วล่ะ #เอลซ่ากชกรกอนตระกูล #เอลซ่าเอลใจ
ถ้าพูดถึง “เอลซ่า” หลายคนน่าจะนึกถึงราชินีหิมะจาก Frozen ที่ทั้งเท่ ทั้งสวย และมีพลังน้ำแข็งสุดอลังการ สำหรับเรา เอลซ่าเป็นตัวละครที่ดูมีมิติมากกว่าภาพเจ้าหญิงดิสนีย์แบบเดิม ๆ เพราะเรื่องของเธอไม่ได้ขายความโรแมนติกเป็นหลัก แต่เล่าเรื่อง “การยอมรับตัวเอง” และการเติบโตในแบบที่คนดูอินได้จริง เอลซ่าเป็นพี่สาวของอันนา เป็นคนที่รักครอบครัวมาก แต่ต้องใช้ชีวิตแบบเก็บกด/ระวังตัว เพราะพลังน้ำแข็งของเธอควบคุมยากตั้งแต่เด็ก จุดนี้ทำให้บุคลิกของเอลซ่าดูนิ่ง ๆ เงียบ ๆ เหมือนอยู่ห่างจากคนอื่น ทั้งที่จริง ๆ แล้วเธออยากใกล้ชิดและอยากใช้ชีวิตปกติเหมือนทุกคน แค่กลัวว่าถ้าเผลอพลาดจะทำร้ายคนที่รัก สิ่งที่ทำให้ “ตัวละครเอลซ่า” โดดเด่นมากสำหรับเรา คือความขัดแย้งในใจที่เล่าออกมาได้ชัด: ระหว่างหน้าที่/ความคาดหวัง กับตัวตนที่แท้จริง พอถึงจุดแตกหัก เอลซ่าจึงเลือกปล่อยตัวเองเป็นอิสระ และนั่นคือเหตุผลที่ฉากสำคัญอย่างเพลงปลดปล่อยตัวเอง (ที่หลายคนจำได้ขึ้นใจ) กลายเป็นซีนที่คนดูรู้สึกเหมือนได้หายใจโล่งไปพร้อม ๆ กัน อีกอย่างที่ทำให้เอลซ่าเป็นไอคอนิก คือ “ภาพลักษณ์ความเข้มแข็ง” ที่ไม่จำเป็นต้องแข็งกระด้าง เอลซ่าไม่ได้เป็นคนไม่กลัวอะไรเลย ตรงกันข้าม เธอกลัวมาก แต่ยังพยายามรับมือกับความกลัวนั้น การที่ตัวละครยอมรับความเปราะบางของตัวเองได้ ทำให้ความแข็งแกร่งของเอลซ่าดูจริงและจับต้องได้ ถ้าใครอยากทำความเข้าใจเอลซ่าแบบเร็ว ๆ ลองดู 3 คำนี้: กดไว้–ปล่อยออก–ยอมรับตัวเอง เพราะเส้นทางของเอลซ่าคือการเลิกหนี เลิกซ่อน และค่อย ๆ กล้ากลับไปเผชิญหน้ากับความรักและครอบครัวในแบบที่เป็นตัวเองมากขึ้น สำหรับเรา เอลซ่าเลยไม่ใช่แค่ “ราชินีหิมะ” หรือ “ตัวละครเอลซ่าใน Frozen” ที่มีพลังสวย ๆ แต่เป็นตัวแทนของคนที่เคยรู้สึกว่าไม่เข้าพวก เคยกลัวสายตาคนอื่น และสุดท้ายค่อย ๆ เรียนรู้ว่าเราก็มีสิทธิ์เป็นตัวเองได้เหมือนกัน













































