5 ประโยคภาษาอังกฤษใช้พูดในร้านอาหาร
ใครอยากได้หนังสือ
พิกัดที่ตต.เลยนะคะ✨
ถ้าใครกำลังหา “บทสนทนาภาษาอังกฤษ ร้านอาหาร” แบบสั้น ๆ ที่พูดได้จริง เรารวมเป็นสถานการณ์ให้เลยค่ะ เวลาไปต่างประเทศ (หรือร้านที่พนักงานต่างชาติ) แค่จำเป็นประโยค ก็รอดแล้ว 1) ขอเมนู / ขอที่นั่ง - “Could I have the menu, please?” (ขอเมนูหน่อยได้ไหม) - “A table for two, please.” (ขอโต๊ะสำหรับ 2 คนค่ะ/ครับ) ตัวอย่างสั้น ๆ: You: A table for two, please. Staff: Sure. This way, please. 2) สั่งอาหาร + ถามแนะนำ - “Could you recommend something?” (แนะนำอะไรให้หน่อยได้ไหม) - “I’d like the [dish], please.” (ขอสั่ง…ค่ะ/ครับ) ทริค: ถ้าไม่แน่ใจชื่อเมนู ใช้ “I’ll have this one, please.” พร้อมชี้ในเมนูได้เลย 3) ขอปรับ/แจ้งแพ้อาหาร (สำคัญมาก) - “No spicy, please.” (ไม่เผ็ดนะคะ/ครับ) - “I’m allergic to [nuts/seafood].” (ฉันแพ้…) - “Could I have it without [onions]?” (ขอไม่ใส่…ได้ไหม) ประโยคแพ้อาหารช่วยให้สื่อสารชัด ปลอดภัยกว่าเดิมมาก 4) เช็กความพร้อม/ขออะไรเพิ่ม - “Could we have some water, please?” (ขอน้ำเปล่าหน่อยได้ไหม) - “Can I get some napkins, please?” (ขอกระดาษทิชชู่หน่อยค่ะ/ครับ) - “Excuse me.” (ขอโทษนะคะ/ครับ) ใช้เรียกพนักงานแบบสุภาพ 5) ขอเช็กบิล + จ่ายเงิน - “Could we have the bill, please?” (ขอเช็กบิลด้วยค่ะ/ครับ) - “Can I pay by card?” (จ่ายบัตรได้ไหม) - “Could you split the bill?” (ช่วยแยกบิลได้ไหม) แล้วถ้า “ลูกค้าให้ทิป ภาษาอังกฤษ” ต้องพูดยังไง? - ถ้าจะให้ทิปเป็นเงินสด: “Here’s a tip. Thank you!” (นี่ทิปค่ะ/ครับ ขอบคุณนะ) - ถ้าจ่ายบัตรและอยากทิปเพิ่ม: “Could you add a tip, please?” (ช่วยบวกทิปให้หน่อยได้ไหม) - ถ้าถามว่ารวม service charge แล้วหรือยัง: “Is service charge included?” (รวมค่าบริการแล้วใช่ไหม) สรุป: ถ้าจำได้แค่ 3 แกนหลักคือ ขอเมนู/สั่งอาหาร/ขอบิล ก็ใช้ได้แทบทุกร้าน แล้วค่อยเพิ่มประโยคเรื่องแพ้อาหารกับทิปตามสถานการณ์ค่ะ



































