วันนี้มีเรื่องแซด เพราะกินนมไม่หมดแล้วเอาไปเทเล่นกับพี่เธอร์
แม่ไม่บังคับให้กินต่อ แต่เก็บทิ้งเลย
น้องก็แซด แล้วไปเปิดใจกับพี่บัสว่าตัวเองอิ่ม
เอาจริงๆได้ยินน้องคุยกับพี่บัส แม่ก็สตั้นไปเหมือนกัน
ที่ตัวเองไม่ได้ถามลูกก่อนด้วยว่ากินไหวมั้ย
(แต่ไปเทเล่นก็อีกเรื่องนะน้อง😝)
แล้วพี่บัสดูเข้าข้างน้อง หรือเข้าข้างแม่หน่ะ
เอ็นดูเซฟโซนของเอลลี่ 💖
จากประสบการณ์เลี้ยงเด็ก การสังเกตความรู้สึกของลูกในแต่ละช่วงเวลานั้นสำคัญมาก ระหว่างที่ลูกกินนมหรืออาหาร หากเราบังคับให้กินต่อจะทำให้เกิดความไม่สบายใจและอาจทำให้เขารู้สึกต่อต้านในอนาคต หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ประทับใจคือการที่พี่บัสเข้ามาเป็นที่พึ่งและเซฟโซนให้กับน้องเอลลี่ โดยที่เขาไม่ผลักดันให้กินต่อ แต่ให้โอกาสน้องได้พูดความรู้สึกของตัวเองว่ารู้สึกอิ่มแล้ว การเข้าใจและยอมรับความรู้สึกของลูกอย่างแท้จริง เป็นสิ่งที่ส่งเสริมสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ในครอบครัวอย่างดี นอกจากนั้น การที่แม่ไม่ได้ถามลูกก่อนว่ากินไหวมั้ย แสดงให้เห็นว่าบางครั้งเราควรเปิดใจและสังเกตพฤติกรรมให้ดี บางครั้งลูกอาจสื่อสารออกมาในรูปแบบที่เราไม่ทันได้สังเกต เช่นการเล่นนมแทนที่จะดื่ม แสดงให้เห็นว่าน้องเอลลี่รู้สึกอิ่มจริง ๆ แทนที่จะบังคับให้ดื่มต่อ อาจสร้างความรู้สึกแย่ๆในใจเด็กได้ ในฐานะผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็ก ทำให้เราได้เข้าใจว่า "เซฟโซน" หรือพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กนั้นสำคัญแค่ไหน มันไม่ใช่แค่เรื่องกายภาพ แต่ยังรวมถึงความเข้าใจและการสื่อสารที่อบอุ่น ไม่ตัดสินใจแทนเด็กหรือบังคับเกินไป สิ่งเหล่านี้ช่วยส่งเสริมความมั่นใจและความสบายใจในวัยเด็ก เราควรสร้างบรรยากาศที่เด็กสามารถเล่าเปิดใจและแสดงออกถึงความรู้สึกได้อย่างเต็มที่ เหมือนที่พี่บัสเข้าใจน้องเอลลี่อย่างแท้จริง เรื่องราวนี้ยังชี้ให้เห็นว่าเวลาในการดูแลลูกไม่ได้หมายความแค่การให้อาหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการฟังและเคารพความรู้สึกของลูกด้วย สุดท้ายแม้จะเกิดเรื่องแซดเพราะนมไม่หมด แต่ก็เป็นบทเรียนที่มีค่ามากสำหรับทุกคนที่เลี้ยงดูเด็กให้เรียนรู้วิธีการสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงและอบอุ่นในครอบครัว


















































