Calculate the purchase price of bonds + Create a cut-off table (Bond Schedule)
Creating a Bond Schedule (or Amortization Schedule) is to provide a table detailing the repayment of the principal and interest of the bonds in each period to maturity of redemption. The main purpose is to predict the outstanding principal balance and interest expenses. 😎💚# excelsoezy # Exceltricks # exceltips # Excel # Lemon 8 Howtoo
ถ้าเป้าหมายคือ “จดให้ครบ-สรุปให้ไว” เราแนะนำให้ทำไฟล์ Excel แยกเป็น 2 ส่วนคือ (1) ตารางบันทึกซื้อขายหุ้น และ (2) ตาราง กบข/เงินออมระยะยาว เพราะข้อมูลที่ต้องติดตามคนละแบบ แต่สุดท้ายสามารถดึงไปทำสรุปรวมพอร์ตได้เหมือนกัน 1) โครงสร้าง “ตารางบันทึกซื้อขายหุ้น Excel 2568” ที่กรอกง่าย คอลัมน์ที่เราใช้แล้วเวิร์ก: - วันที่ (วันทำรายการ) - Ticker/ชื่อหุ้น - ประเภท (ซื้อ/ขาย) - จำนวนหุ้น - ราคา/หุ้น - ค่าคอม + ค่าธรรมเนียม (ใส่เป็นยอดรวมต่อบิล) - มูลค่ารวม (สูตร: จำนวน*ราคา) - ต้นทุนสุทธิ (ตอนซื้อ = มูลค่ารวม+ค่าธรรมเนียม, ตอนขาย = มูลค่ารวม-ค่าธรรมเนียม) - หมายเหตุ (เช่น แบ่งไม้/ปันผล/สับเปลี่ยน) ทริคที่ช่วยลดพลาด: ทำ “Data Validation” ให้คอลัมน์ประเภทเลือกได้แค่ ซื้อ/ขาย และล็อกคอลัมน์สูตรไม่ให้เผลอลบ 2) สูตรสรุปกำไรขาดทุนแบบเข้าใจง่าย (ไม่ซับซ้อนเกิน) ถ้าต้องการดูภาพรวมรายตัว เรามักทำชีต “สรุป” โดยใช้ SUMIFS แยกยอดซื้อและยอดขายตาม Ticker เช่น - ยอดซื้อสุทธิ = SUMIFS(ต้นทุนสุทธิ, Ticker, หุ้นที่เลือก, ประเภท,"ซื้อ") - ยอดขายสุทธิ = SUMIFS(ต้นทุนสุทธิ, Ticker, หุ้นที่เลือก, ประเภท,"ขาย") จากนั้นค่อยคำนวณกำไรขาดทุนเบื้องต้น = ยอดขายสุทธิ - ยอดซื้อสุทธิ หมายเหตุ: วิธีนี้เหมาะกับคนที่ต้องการดูแนวโน้มและวินัยการเทรด ถ้าต้องการความเป๊ะระดับภาษี/เฉลี่ยต้นทุนต่อไม้ แนะนำทำระบบ Average Cost แยกอีกชีต 3) ทำ “สรุปรายเดือนปี 2568” ให้เหมือนแดชบอร์ด เราเพิ่ม PivotTable หรือสรุปด้วยสูตร โดยแยก: - ยอดซื้อรวมรายเดือน - ยอดขายรวมรายเดือน - กำไร/ขาดทุนรายเดือน - ค่าธรรมเนียมรวม แค่นี้ก็เห็นเลยว่าเดือนไหนเทรดหนักเกินไป และช่วยคุมพฤติกรรมได้ดีมาก 4) แนวทางทำ “ตาราง กบข excel” แบบติดตามเงินออม สำหรับ กบข (หรือเงินสะสม/สมทบ) เราทำคอลัมน์ประมาณนี้: - เดือน/งวด - เงินเดือน (ถ้าต้องการอ้างอิง) - เงินสะสมพนักงาน - เงินสมทบนายจ้าง - ผลตอบแทน/กำไร (ถ้ามีข้อมูลจากใบรายงาน) - ยอดคงเหลือปลายงวด ถ้าไม่มีข้อมูลผลตอบแทนรายเดือน ก็อย่างน้อยบันทึก “เงินเข้า” ให้ครบก่อน แล้วทำช่อง “ยอดคงเหลือ” เป็นการคำนวณสะสม (ยอดก่อนหน้า + เงินสะสม + เงินสมทบ) 5) เชื่อม “การคิดมูลค่า/ดอกเบี้ย/ตารางตัดบัญชี” มาช่วยงานสรุป จากโพสต์เดิมเรื่องการคำนวณมูลค่าและการทำตารางตัดบัญชี (Schedule) เราประยุกต์แนวคิดเดียวกันได้เลย คือแยกให้ชัดว่า - กระแสเงินสดเข้า/ออกต่อรอบ (เหมือนงวดดอกเบี้ย) - ยอดคงเหลือปลายงวด (เหมือนมูลค่าบัญชี) พอคิดเป็นงวด จะสรุปและตรวจสอบความถูกต้องได้ง่ายมาก สุดท้ายเราแนะนำให้ตั้งชื่อชีตชัดๆ เช่น “Trades_2568”, “Summary_2568”, “GPF” และกำหนดรูปแบบวันที่/สกุลเงินให้เหมือนกันทั้งไฟล์ จะช่วยให้ทำสูตรและ Pivot ได้ลื่นขึ้นมาก

































































