Automatically translated.View original post

Reduced 11 kilos, but yo-yo came 13 kilos.

During the marriage, we tried to lose from 73 kilos to 62 kilos.

After getting married, let go of Joy, eat everything he wants, eat nectar every day.

Two sweet things, a buffet every week. Its fried stuff eats everything.

Until January 69, we had a knee ache. The doctor said to lose weight.

So we looked at ourselves and saw that we had gone beyond where we had started.

We used to weigh 73 kilos, but now it's up 75 in just 10 months.

People around you start to say little confidence. Clothes that used to wear can't start to wear. From used to wear xl, have to wear 2xl.

From being able to walk and exercise. Now I can't do it.

From used to walk up the stairs, not tired. Now walk up the stairs, panting.

It's time for us to come to a permanent weight loss. We will never come back yo-yo and fat again.

# Lose weight yourself # Weight loss # Healthy starts from eating # Fat # Trending

3/19 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ตรงของผมที่เคยลดน้ำหนักได้ 11 กิโลกรัม จากน้ำหนัก 73 กิโล เหลือเพียง 62 กิโล ได้สำเร็จในช่วงหนึ่งของชีวิต แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไป หลังจากแต่งงาน ผมปล่อยตัวตามใจปาก กินอย่างเต็มที่ทั้งของหวาน น้ำหวาน บุฟเฟ่ต์ ของมันและทอดทุกสัปดาห์ จนอ้วนขึ้นจนถึง 75 กิโล ภายในเวลาเพียง 10 เดือน ซึ่งมากกว่าที่เคยเริ่มต้นไว้ถึง 13 กิโลกรัม จนเป็นผลให้สุขภาพและการเคลื่อนไหวเสียไป เช่น ปวดหัวเข่า เดินขึ้นบันไดแล้วหอบ และต้องใส่เสื้อผ้าที่ใหญ่ขึ้นจนความมั่นใจลดลง สิ่งที่ผมเรียนรู้จากปัญหานี้คือ การลดน้ำหนักให้ได้ผลและถาวรนั้น ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองในระยะยาว ไม่ใช่แค่การอดอาหารหรือไดเอทช่วงสั้นๆ เพราะเมื่อกลับไปกินตามใจปาก น้ำหนักก็จะกลับมาเพิ่มเหมือนเดิม หรือที่เรียกว่าโยโย่เอฟเฟกต์ ผมพบว่า การวางแผนการกินอาหารที่สมดุล ลดน้ำตาล ไขมัน และเพิ่มการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดีกว่า นอกจากนี้ การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น ลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพที่ดี ไม่ใช่แค่ความสวยงาม จะช่วยให้มีแรงจูงใจมากขึ้น การหากลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวที่คอยสนับสนุน และไม่กดดันตนเองเกินไปก็สำคัญอย่างมาก ผมแนะนำให้เริ่มจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทีละเล็กทีละน้อย เช่น เปลี่ยนจากน้ำหวานเป็นน้ำเปล่า ลดของทอด ทานผักผลไม้เพิ่มขึ้น และเพิ่มการเดินหรือออกกำลังกายที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน สุดท้ายนี้ ผมจะไม่ยอมให้ปัญหาโยโย่มาทำลายความตั้งใจอีกต่อไป เพราะทุกคนสามารถสร้างสุขภาพดีและความมั่นใจในตัวเองได้ หากเราให้ความสำคัญกับการดูแลตนเองอย่างแท้จริงและต่อเนื่อง