EB-3วีซ่าอเมริกา
#creatorsearchinsights 1. เป้าหมายคือ "ซื้อสิทธิ์กรีนการ์ด" ไม่ใช่แค่หาเงินในระบบกฎหมายอเมริกา นายจ้างในสหรัฐฯ จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทำ PERM (ใบอนุญาตแรงงาน) และเอกสารขอโควตาแรงงานต่างชาติ (Form I-140) ตามกฎหมายแล้วนายจ้างจะผลักภาระค่าใช้จ่ายเหล่านี้มาให้ลูกจ้างไม่ได้แต่ในกรณีที่ผู้สมัครจ่ายเงินเอง 100% ให้เอเจนซี่ นั้นเป็นเพราะกระบวนการนี้เ ป็น "การซื้อบริการประสานงานเพื่อแลกกับกรีนการ์ดถาวร" เงินที่คุณจ่ายไปจะถูกนำไปบริหารจัดการในส่วนต่างๆ เช่น:ค่าทนายความเฉพาะทาง (Immigration Lawyer) ในการดูแลเคสและเตรียมเอกสารค่าดำเนินการของเอเจนซี่ ในการไปติดต่อประสานงาน และจัดหาบริษัทในอเมริกาที่ยินดีมาเป็นสปอนเซอร์ทางกฎหมายให้ค่าธรรมเนียมรัฐบาลอื่นๆ ที่กฎหมายอนุญาตให้ลูกจ้างจ่ายเองได้ เช่น ค่าปรับสถานะ (I-485) ค่าธรรมเนียมกงสุล และค่าตรวจร่างกาย2. นายจ้างอเมริกา "ไม่ได้ขาดแคลนทุนทรัพย์" แต่ขาดแรงงานสำหรับวีซ่ากลุ่มแรงงานไร้ฝีมือ (EB-3 Unskilled) นายจ้างที่เป็นโรงงานขนาดใหญ่ ฟาร์ม หรือธุรกิจร้านอาหารในอเมริกา มีเงินทุนพร้อมจ่ายอยู่แล้ว แต่เขาประสบปัญหา หาแรงงานท้องถิ่นมาทำงานไม่ได้ เนื่องจากเป็นงานหนักหรืองานรูทีนเอเจนซี่จึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ในเมื่อคุณต้องการสิทธิ์การอยู่อาศัยถาวร (Green Card) ในอเมริกา และนายจ้างต้องการแรงงานที่การันตีว่าจะอยู่ทำงานให้อย่างน้อย 1 ปีตามสัญญา ข้อตกลงนี้จึงเกิดขึ้นโดยที่ผู้สมัครยอมจ่ายเงินค่าดำเนินการทั้งหมดให้กับเอเจนซี่ เพื่อแลกกับการได้สปอนเซอร์งานที่ถูกต้องตามกฎหมาย3. เป็นค่าความเสี่ยงและการันตีโควตาที่ยาวนานกระบวนการ EB-3 ใช้เวลารอคอยค่อนข้างนาน (เฉลี่ย 3-5 ปี หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับรอบโควตา Visa Bulletin ของรัฐบาลสหรัฐฯ) เงินที่จ่ายไป 100% (ซึ่งเอเจนซี่ส่วนใหญ่จะแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ ตามขั้นตอนความคืบหน้า) จึงเป็นค่าบริการในการติดตามเคส ตรวจสอบเอกสาร และการันตีว่าหากนายจ้างรายเดิมปิดตัวลงหรือถอนตัวระหว่างทาง เอเจนซี่จะต้องทำหน้าที่จัดหานายจ้างรายใหม่มาสวมสิทธิ์ให้เคสของคุณดำเนินต่อได้จนจบกระบวนการ
สนใจอยากย้ายมาทำงานที่อเมริกาติดต่อพี่นกKPB






