Automatically translated.View original post

Age 23 has 6 digits of storage. How to share today?

Hello. Today, Few will share his own money. 😊

But I'm telling you, it's not a burden right now.

So can keep quite a lot. Let's get started.

Few earns about 20k a month. When the money enters, it will be divided.

Fix cost

- Water charge, electricity charge 2,000 (stay at home)

- 500 net

- Insurance cost 500

The costs that are figurative will only be this. The next part will be the costs that are not stable each month.

- Cost / cost of eating 6,000

- Shopping / Essentials 2,000

- Divided investment 500-1,000

And the rest is going to be an emergency reserve of about $10,000 a month that needs to be stored. In this part, Few intends to keep it as an emergency money or any day we want a big one and a family supporter.

In fact, when the money is deducted, save 10,000 baht and then take the rest to the average and divide it into different parts.

How does everyone have a trick to save money? Let's share it. ✨

# Keep human salary # Save the first hundred thousand # Save a hundred thousand within 1 year # Keep the salary human edition

2025/10/13 Edited to

... Read moreการบริหารจัดการเงินในวัยรุ่นกว่า 20 ปีเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อมีรายได้จำกัดประมาณ 20,000 บาทต่อเดือน การตั้งเป้าหมายเก็บเงิน 6 หลักหรือมากกว่านั้น ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหากวางแผนอย่างรอบคอบ หนึ่งในเทคนิคสำคัญคือการแบ่งเงินตามหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายอย่างชัดเจน โดยเริ่มจากการจัดการค่าใช้จ่ายฟิกซ์ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ตและค่าประกันภัยรวมประมาณ 3,000 บาท ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องจ่ายทุกเดือน จากนั้นแบ่งค่ากินและใช้จ่ายผันแปรที่ 6,000 ถึง 8,000 บาท เพื่อควบคุมการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นเช่นของใช้หรือช้อปปิ้ง นอกจากนั้น การแยกเงินสำหรับการลงทุนอย่างน้อย 500 ถึง 1,000 บาทต่อเดือน ถือเป็นการสร้างรากฐานทางการเงินที่ดี โดยควรมองหาการลงทุนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงในวัยเริ่มต้น เช่น กองทุนรวมหรือหุ้นที่มีศักยภาพเติบโตในอนาคต การติดตามพอร์ตสินทรัพย์และตรวจสอบผลตอบแทนเป็นประจำช่วยให้ควบคุมการลงทุนได้ดีขึ้น ที่สำคัญคือการมีเงินเก็บสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 10,000 บาทต่อเดือน เพื่อรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น เจ็บป่วยหรือค่าใช้จ่ายเร่งด่วน รวมถึงเก็บไว้สำหรับซื้อของมีคุณค่าหรือช่วยเหลือครอบครัว ซึ่งช่วยให้ชีวิตมีความมั่นคงและลดความกังวลทางการเงิน บางครั้งเมื่อได้รับรายได้ ควรหักเงินเก็บฉุกเฉินไว้ก่อนทันที ทำให้ลดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย อีกทั้งยังสร้างนิสัยการออมอย่างสม่ำเสมอและง่ายต่อการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ สุดท้าย สิ่งสำคัญคือการรู้จักปรับแผนการเงินตามสถานการณ์จริง และแบ่งปันประสบการณ์หรือเทคนิคเก็บเงินกับเพื่อนๆ หรือในชุมชนออนไลน์ เพราะจะช่วยแลกเปลี่ยนแนวคิดใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ และทำให้การเก็บเงินไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ แต่เป็นการร่วมสร้างเส้นทางสู่ความมั่นคงทางการเงินในอนาคตด้วยกันอย่างแท้จริง