There is still a lot of sugar left. What should I do?
Give me an idea. Today, serve sugar. Let's go. 😁# Thai coconut milk
ถ้าใครทำ “ขนมตาล” แล้วเหลือเนื้อตาลสุก (flesh ripe toddy palm) เยอะๆ อย่าเพิ่งแช่ทิ้งไว้นานนะคะ เราชอบแบ่งเป็น 2 ส่วนก่อนเลย: ส่วนที่เป็นชิ้นๆ สำหรับเคี้ยวหนึบ และส่วนที่ปั่นละเอียดไว้ทำเนื้อขนม จะหยิบใช้ทำขนมไทยได้หลายแบบมาก โดยเฉพาะเมนูที่เข้ากับกะทิแท้ๆ หอมมัน ไอเดียขนมไทยจากเนื้อตาลที่ทำบ่อย (เลือกตามอุปกรณ์ที่มี) 1) “ขนมตาลถ้วย/ถาด” ทำซ้ำแบบง่าย: เพิ่มแป้งข้าวเจ้า + น้ำตาล + กะทิ + เกลือสมุทรนิดเดียว แล้วนึ่งไฟแรงให้น้ำเดือดจัดประมาณ 25–30 นาที เนื้อจะฟูหอมขึ้น (เทคนิคคืออย่าเปิดฝาบ่อยค่ะ) 2) “ขนมชั้นตาล” ใส่เนื้อตาลปั่นในชั้นสีเหลือง ทำให้มีกลิ่นตาลธรรมชาติ ไม่ต้องพึ่งสีเยอะ กะทิ (coconut milk) ยิ่งเข้มข้นยิ่งนัว 3) “เปียกปูนกะทิเนื้อตาล” ปกติเปียกปูนจะมีกลิ่นปูนแดง แต่ถ้าเติมเนื้อตาลจะได้ความหอมหวานละมุน ทานกับกะทิเค็มๆ ตัดรสด้วยเกลือนิดเดียวคือดี 4) “บวดเนื้อตาล” เมนูคลาสสิกสุด: ใส่กะทิ + น้ำตาล + เกลือสมุทรเล็กน้อย แล้วใส่เนื้อตาลเป็นชิ้นๆ เคี่ยวไฟอ่อนให้หอม (อย่าเดือดพล่าน เดี๋ยวกะทิแตกมัน) 5) “สาคูบวดตาล” ถ้าเหลือเนื้อตาลไม่มาก เอามาหั่นเต๋าเล็กๆ ใส่ในสาคูบวด เพิ่มเท็กซ์เจอร์หนึบๆ และกลิ่นหอม 6) “ข้าวเหนียวหน้าตาล” ทำหน้ากะทิข้นๆ (กะทิ + แป้งข้าวเจ้าเล็กน้อย + น้ำตาล + เกลือ) แล้วใส่เนื้อตาลสับลงไป ราดบนข้าวเหนียวมูน เป็นขนมไทยที่หน้าตาดีมาก 7) “ขนมถ้วยตาล” เอาเนื้อตาลปั่นใส่ตัวขนมถ้วย (ตัวล่าง) แล้วทำหน้ากะทิเค็มๆ เหมาะกับเสิร์ฟเป็นคำๆ ในบ้าน 8) “ตาลเชื่อมกะทิสด” ถ้าอยากถนอมให้อยู่ได้นานขึ้น ลองเชื่อมเนื้อตาลกับน้ำตาลให้พอฉ่ำ เก็บตู้เย็น แล้วค่อยราดกะทิสดตอนกิน ทริคเล็กๆ ที่ช่วยให้ทำอร่อยขึ้น - รสกะทิให้กลมขึ้นด้วย “เกลือสมุทรป่น” แค่นิดเดียวพอ จะช่วยดึงความหวานของเนื้อตาลให้เด่น - ถ้าจะนึ่ง ให้เตรียมน้ำเดือดจัดและนึ่งไฟแรงตามเวลา (ประมาณ 25–30 นาที) เนื้อขนมจะเซ็ตสวย - การเก็บ: เนื้อตาลปั่นแบ่งใส่ถุง/กล่องเป็นส่วนๆ แช่แข็งได้ พอจะใช้ค่อยละลายในตู้เย็นข้ามคืน กลิ่นยังหอมอยู่ค่ะ ถ้าอยากให้ช่วยเลือกเมนูที่เหมาะที่สุด บอกหน่อยว่าเหลือเนื้อตาลประมาณกี่กรัม และมีแป้งข้าวเจ้า/กะทิ/ลังถึงนึ่งไหม เดี๋ยวเราช่วยจับสูตรให้เข้ากับของที่มีได้เลยค่ะ