Automatically translated.View original post

The mackerel pepper clip went down to dry.

1. 280 grams of steamed mackerel meat

2. Jinda peppers, red green, 120 grams.

3. 100 grams of garlic

4. 150 grams of shallots

5. 1 teaspoon fish sauce (If mackerel meat is salted, you may not need to taste it first)

6. MSG as you like

* If you like sour taste, add lemon juice as you like

- Steamed, fried, or baked mackerel as you like. Stay cool and unpack the meat.

- Roast, chili, shallots, garlic to ripen softly.

- Pounded peppers, roasted garlic shallots and fish meat together.

- Seasoned with fish sauce, MSG or lemon juice based on edge infusion.

2025/11/26 Edited to

... Read moreถ้าใครเสิร์ช “ส่วนผสมน้ำพริกปลาทู” หรือ “น้ำพริกปลาทู วิธีทำ” แล้วอยากได้แนวทำง่ายแต่รสถึงๆ แบบบ้านๆ เราว่าคีย์หลักคือ “ความหอมจากการคั่ว” กับ “การทำให้เนื้อปลาทูไม่คาว” ค่ะ รอบนี้เราทำแล้วเวิร์กมาก เลยขอแชร์ทริคเพิ่มจากที่ทำจริง 1) เลือกปลาทู/เตรียมเนื้อปลาทูให้อร่อย ไม่คาว - ถ้าใช้ปลาทูนึ่ง: เลือกตัวที่เนื้อแน่น ไม่เละ กลิ่นไม่แรง พักให้เย็นก่อนแกะ จะได้เนื้อเป็นชิ้นสวยและไม่เละ - ถ้ากลัวคาว: นึ่งหรืออบซ้ำอีก 3–5 นาทีให้ไอน้ำไล่กลิ่น แล้วค่อยแกะเอาแต่เนื้อ (เลี่ยงก้างเล็กๆ) - อยากได้กลิ่นหอมแบบน้ำพริกปลาทูโบราณ: ทอดหรืออบจนผิวตึงนิดๆ แล้วค่อยแกะเนื้อ กลิ่นจะหอมขึ้นและเนื้อแห้งกำลังดี โขลกง่าย 2) คั่วพริกจินดา หอมแดง กระเทียม ให้ “หอมหวาน” ไม่ไหม้ หลายคนคั่วแล้วขมเพราะไฟแรงเกินไป เราใช้ไฟกลางค่อนอ่อน คั่วจนหอมแดงนิ่มผิวเริ่มใส กระเทียมผิวเหลือง และพริกมีรอยเกรียมนิดๆ พอค่ะ กลิ่นจะหอมหวาน เวลาโขลกแล้วน้ำพริกจะนัวขึ้นมาก 3) โขลกยังไงให้เนื้อสัมผัสดี ถ้าอยากได้แบบ “หยาบๆ กินเพลิน” ให้โขลกพริกจินดา+หอมแดง+กระเทียมก่อนจนแตก แล้วค่อยใส่เนื้อปลาทูนึ่งลงไปโขลกเบาๆ แค่พอเข้ากัน เนื้อปลาจะยังเป็นเส้นๆ ไม่เละเป็นแป้ง 4) ปรุงรสให้บาลานซ์ (เค็ม-เผ็ด-หอม-เปรี้ยว) - เริ่มจากน้ำปลาเล็กน้อยก่อน เพราะปลาทูบางตัวเค็มอยู่แล้ว ค่อยๆ เพิ่มทีหลังจะคุมรสง่าย - ถ้าจะใส่มะนาว: ใส่ตอนท้ายสุดหลังโขลกเสร็จ ชิมแล้วค่อยบีบเพิ่ม จะได้กลิ่นสด ไม่ขม - ถ้าอยากนัวแต่ไม่พึ่งผงชูรสเยอะ: เติมน้ำตาลปลายช้อนหรือหอมแดงคั่วเพิ่ม จะช่วยตัดเผ็ดและดึงความหวานธรรมชาติ 5) ทำเป็น “แจ่วปลาทู” แบบแซ่บๆ ได้ด้วย ถ้าอยากได้ฟีลแจ่วปลาทู ให้เติมน้ำมะนาวเพิ่มอีกนิด + พริกคั่วเพิ่ม และใส่หอมแดงซอยบางๆ คลุกตอนท้าย จะได้ความซ่าๆ กินกับผักสดอร่อยมาก 6) ไอเดียจัดเสิร์ฟให้น่ากิน (เข้ากับในรูปเลย) เราเสิร์ฟน้ำพริกปลาทูในชามลายคราม แล้วจัดผักสดแน่นๆ เช่น ผักกาดแก้ว คะน้า แตงกวา คู่กับไข่ต้มคือจบเลย หรือจะกินกับข้าวสวยร้อนๆ ก็ฟินมาก 7) เก็บยังไงให้อร่อยนาน ใส่กล่องปิดสนิท แช่ตู้เย็นอยู่ได้ประมาณ 2–3 วัน (ถ้าใส่มะนาวแล้วมักจะกลิ่นเปลี่ยนเร็ว) ถ้าจะทำเผื่อ แนะนำแยกมะนาวไว้บีบตอนกินค่ะ