Automatically translated.View original post

Diet 5!! As it helps to reduce insulin

Choosing foods that help "reduce insulin resistance" or help balance insulin levels is very important because it reduces the risk of type 2 diabetes. ✅

Here are five foods that have been studied to help.

🥦 1. Dark green vegetables

Like kale, broccoli, spinach.

High food fiber abundance → helps slow sugar absorption

Magnesium → plays a role in the process of glucose use.

🫐 2. Berry family fruits

like blueberries, strawberries, raspberries.

High in fiber and antioxidants.

It reduces inflammation and adjusts insulin response.

🥜 3.Beans and seeds

Such as almonds, walnuts, flax seeds, chia seeds.

Contains good fatty acids (Omega-3, MUFA, PUFA)

High fiber helps control sugar levels after a meal.

🐟 4. Good fat fish.

Such as salmon, sardines, mackerel.

Containing omega-3 → reduces inflammation that causes insulin resistance.

High-quality protein helps maintain muscle mass.

🍚 5.whole grain

Like brown rice, oatmeal, quinoa.

High Water Soluble Fiber → Helps Regulate Sugar and Insulin Levels

Makes you feel full for a long time. Reduce eating, kissing, sipping.

📌. Extra tips.

Avoid processed foods, high sugar, nectar, energy drinks

Cardio Exercise + Vedic Training Will Enhance Insulin Sensitivity

"Don't forget to take care of yourself and follow your health tips in the next clip."

# Insulin resistance # This clip must be shared # Significant to know # Health content

2025/8/26 Edited to

... Read moreจากที่ลองปรับ “อาหารกับอินซูลิน” ของตัวเองช่วงหนึ่ง (เน้นคุมความหิวและงดน้ำตาลแฝง) สิ่งที่ช่วยมากคือการจัดมื้อให้ “อิ่มนาน + น้ำตาลขึ้นช้า” ไม่ได้แค่เลือกของดี แต่ต้องกินให้เป็นด้วย เลยสรุปทริคเสริมที่ทำแล้วเวิร์ก เผื่อใครกำลังโฟกัสเรื่องภาวะดื้ออินซูลินค่ะ 1) หลักง่ายๆ ใน 1 มื้อ: โปรตีน + ไฟเบอร์ + ไขมันดี ถ้ากินคาร์บเดี่ยวๆ (ข้าว/ขนมปัง/เส้น) มักหิวเร็วและน้ำตาลแกว่ง ฉันจะพยายามให้มี “โปรตีน” ทุกมื้อ เช่น ปลาแซลมอน ปลาทู ไข่ อกไก่ เต้าหู้ แล้วเติม “ผักใบเขียวเข้ม” ให้เยอะๆ (คะน้า เคล ผักโขม บร็อกโคลี) จากนั้นใส่ “ไขมันดี” นิดหน่อย เช่น อะโวคาโด ถั่วอัลมอนด์ วอลนัท หรือเมล็ดเจีย/แฟลกซ์ ช่วยให้อิ่มและลดการอยากของหวานช่วงบ่ายได้ดีมาก 2) ลำดับการกินก็สำคัญ (ทำง่ายแต่เห็นผล) วันที่กินข้าว ฉันจะเริ่มจากผักก่อน → ตามด้วยโปรตีน/ปลาไขมันดี → ค่อยกินคาร์บอย่างข้าวกล้องหรือข้าวโอ๊ต วิธีนี้ช่วยให้หลังอาหารไม่ง่วง ไม่โหยหาอะไรหวานๆ เร็วเกินไป 3) เลือกคาร์บแบบ “ไม่ขัดสี” และคุมปริมาณ ธัญพืชไม่ขัดสีอย่างข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ควินัว ดีมาก แต่ถ้ากินเยอะเกินก็ทำให้น้ำตาลขึ้นได้เหมือนกัน ทริคที่ทำคือใช้ “กำปั้นมือ” เป็นไกด์คร่าวๆ แล้วเพิ่มผักให้เต็มจานแทน 4) เบอร์รี่เป็นของหวานที่ฉันไว้ใจ เวลาหวานอยากของหวาน จะเลือกผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ (บลูเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ ราสป์เบอร์รี่ แบล็กเบอร์รี่) เพราะไฟเบอร์สูงกว่าและหวานไม่พุ่งเท่าขนม/น้ำหวาน กินคู่กรีกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ หรือโรยเมล็ดเจียเพิ่มก็ยิ่งอยู่ท้อง 5) ของว่างที่ช่วยคุมอินซูลิน: ถั่ว/เมล็ดพืช (แต่ต้องไม่ปรุงหวาน) พกอัลมอนด์หรือวอลนัทแบบไม่เคลือบน้ำตาลไว้ 1 กำมือเล็กๆ ช่วยตัดหิวและกันหลุดไปซื้อชานม/ขนมหน้าร้านได้ดีมาก 6) ระวัง “น้ำตาลแฝง” ที่ทำให้อินซูลินพุ่งแบบไม่รู้ตัว สิ่งที่ฉันพยายามเลี่ยงคือ น้ำหวาน ชานม กาแฟปรุง เครื่องดื่มชูกำลัง ซอสสำเร็จรูปบางชนิด และขนมปัง/ซีเรียลหวานๆ ถ้าเลี่ยงได้แค่นี้ รู้สึกว่าร่างกายคุมความหิวง่ายขึ้นเยอะ 7) ไอเดียเมนู 1 วัน (ทำตามได้) - เช้า: ข้าวโอ๊ต + เมล็ดเจีย + บลูเบอร์รี่ + ถั่วเล็กน้อย - กลางวัน: ข้าวกล้องนิดหน่อย + ปลาแซลมอน/ปลาทู + สลัดผักใบเขียว + อะโวคาโด - เย็น: ผัดคะน้า/บร็อกโคลี + โปรตีน (ปลา/เต้าหู้/ไก่) ลดแป้งลงหน่อย สุดท้ายถ้าอยากให้ความไวต่ออินซูลินดีขึ้นไวๆ ฉันจะจับคู่ “คุมอาหาร” กับการเดินหลังมื้อ 10–15 นาที หรือเวทเทรนนิ่งเบาๆ สัปดาห์ละ 2–3 วัน รู้สึกว่าช่วยเรื่องหิวและพลังงานระหว่างวันได้ชัดเลยค่ะ