Automatically translated.View original post

"The results are amazing! When you eat olive oil + lemonade

✅ Potential benefits

1) Helps the excretory system better

Olive oil has intestinal lubricating properties.

Lemon stimulates intestinal squeeze → Many people take better within 1-2 weeks.

2) Reduce flatulence / indigestion

Lemon boosts stomach acid

Olive oil keeps digestion fluid up → feel tight, belly down

3) The skin may moisturize.

Omega-9 in olive oil keeps skin from drying out and contains antioxidants.

Continuous eating may notice that the skin looks a little healthier.

4) Helps reduce inflammation in the body

Olive oil contains oleocanthal, reducing inflammation.

Consistently, 1 month can cause less aching in some people.

5) May help control sugar levels after meals

Good fat slows down sugar absorption → makes it easy not to be hungry.

⚠️. Potential precautions within 1 month.

1) May cause diarrhea or liquid transfusion

If you eat too much, e.g. > 1 tablespoon on an empty stomach

2) Acid reflux people may relapse

Because lemons are acidic

The amount should be reduced or eaten after a meal.

3) High calories

1 tablespoon olive oil = 120 calories

If eating every day, it may gain weight if not compensated for another meal.

4) Gastritis in some people

Especially those with weak stomachs.

⭐ How to eat safely and effectively

1 teaspoon olive oil-1 tablespoon

½ lemon

Mix a little warm water.

Eat after waking up for 10-15 minutes or after breakfast as gentle as possible.

# Olive oil # Good fat olive oil # Health # Substantial # Significant to know

2025/11/17 Edited to

... Read moreหลายคนเห็นเทรนด์ “น้ำมันมะกอกผสมมะนาว” เลยสงสัยว่าดื่มทุกเช้าจะช่วยอะไรจริงไหม และควรกินยังไงไม่พังท้อง จากที่ลองปรับวิธีกินให้เข้ากับตัวเอง ขอสรุปเป็นแนวทางที่ทำได้จริง (และปลอดภัยขึ้น) สำหรับคนอยากลองแบบต่อเนื่อง 30 วัน 1) เริ่มจาก “น้อยก่อน” แล้วค่อยเพิ่ม ถ้าเพิ่งเริ่ม อย่าพรวดไป 1 ช้อนโต๊ะทันที เพราะบางคนถ่ายเหลว/ปวดบิดได้ง่าย ฉันเริ่มที่น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา + น้ำมะนาวเล็กน้อย (ประมาณ 1–2 ช้อนชา) ผสมน้ำอุ่นนิดเดียว แล้วดูอาการ 3–5 วันค่อยขยับขึ้นเป็น 2 ช้อนชา หรือมากสุดไม่เกิน 1 ช้อนโต๊ะตามที่ร่างกายรับไหว 2) เวลาไหนเหมาะสุด: หลังอาหารเช้าอ่อนโยนกว่า สูตรที่หลายคนทำคือดื่มหลังตื่นนอน แต่ถ้าคุณเป็นคนท้องอ่อนแอ หรือมีแนวโน้มกรดไหลย้อน แนะนำให้ “กินหลังอาหารเช้า” จะลดการระคายกระเพาะจากความเป็นกรดของมะนาวได้เยอะ สำหรับฉัน ถ้าท้องว่างจะรู้สึกแสบคอ/จุกง่ายกว่า 3) ถ่ายไม่ถ่ายให้เช็ก 3 อย่างนี้ - น้ำดื่มทั้งวัน: ถ้าดื่มน้ำน้อย ต่อให้กินน้ำมันมะกอกก็อาจไม่ค่อยเห็นผล - ไฟเบอร์: เพิ่มผัก ผลไม้ หรือธัญพืชในมื้อหลัก จะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้นแบบยั่งยืน - ปริมาณ: ถ้ากินมากแล้วถ่ายเหลว แปลว่ามากไป ให้ลดลงก่อน ไม่ต้องฝืน 4) เลือกน้ำมันมะกอกแบบไหนถึงจะคุ้ม ถ้าอยากเน้นสารต้านอนุมูลอิสระและรสชาติ แนะนำ “Extra Virgin Olive Oil” เก็บในขวดสีชา/ทึบแสงและปิดฝาให้แน่น วางให้พ้นแดดและความร้อน เพราะน้ำมันเหม็นหืนง่าย ถ้าเริ่มมีกลิ่นหืน ๆ ควรเปลี่ยนขวดใหม่ 5) เรื่องแคลอรี: กินได้ แต่ต้อง “ชดเชย” น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะให้พลังงานประมาณ 120 แคลอรี ถ้าดื่มทุกวันแต่ยังทานเหมือนเดิม น้ำหนักขึ้นได้ วิธีที่ฉันทำคือถ้าดื่มตอนเช้า จะลดของทอด/ขนมในวันนั้น หรือปรับคาร์บมื้อหนึ่งลงเล็กน้อย 6) ใครควรเลี่ยงหรือปรึกษาก่อน - คนที่กรดไหลย้อนกำเริบง่าย - คนที่ท้องเสียบ่อย/ลำไส้แปรปรวน - คนที่ต้องคุมแคลอรีอย่างเคร่งครัด - คนที่มีโรคประจำตัวหรือทานยาประจำ (เพื่อความชัวร์ควรถามแพทย์/เภสัชก่อน) สรุป: น้ำมันมะกอกผสมมะนาวอาจช่วยเรื่องขับถ่าย ท้องอืด และความชุ่มชื้นผิวได้ในบางคน แต่คีย์คือ “ปริมาณ + เวลา + ความสม่ำเสมอ” และต้องฟังสัญญาณร่างกาย ถ้าลองแล้วแสบกระเพาะหรือถ่ายเหลว ให้ลดลงหรือย้ายไปกินหลังอาหาร จะอยู่กับสูตรนี้ได้ยาวกว่า