Automatically translated.View original post

For once in my life, I have to try.

For those who are Ippodo fans, they already know the reputation of "Kanza." This is the highest of the brand, with a rich umami sweetness and a smooth texture that doesn't find bitterness at all.

What's so impressive is the sweet lingering finish - sweet, long stick to the tip of the tongue. Like petals and soft peas, perfectly mixed. 🥹💚

# Trending # matchalover # Matcha green tea👩🏻 skin type:

2025/8/28 Edited to

... Read moreหลายคนเสิร์ชหา “Ippodo Kanza” เพราะอยากรู้ว่าคุ้มไหม และรสชาติจริงๆ เป็นยังไง สำหรับเราถ้าชอบมัทฉะสาย “หวานนวล-อูมามิ” แบบไม่เน้นขม Kanza คือเป็นตัวที่ทำให้รู้สึกว่า “สักครั้งในชีวิตต้องลอง” จริงๆ กลิ่นมันหอมแบบชาเขียวสดๆ เปิดกระปุกมากลิ่นฟุ้ง และผงสีเขียวสดใสละเอียดมาก วิธีชงที่เราทำแล้วได้รสหวานละมุน (โทนดอกไม้/ถั่วอ่อน) ใกล้เคียงที่ชอบที่สุดคือชงแบบอุสุฉะ (Usucha) - ตวงผงมัทฉะ Kanza ประมาณ 2 กรัม (ถ้ามีเครื่องชั่งดิจิทัลจะง่ายและแม่น) - ร่อนผงก่อน 1 รอบ ลดการจับตัวเป็นเม็ด - เติมน้ำร้อนอุณหภูมิราว 75–80°C ประมาณ 60–70 มล. (น้ำเดือดจัดจะดึงความฝาด/ขมออกมา) - ใช้แปรงชะเซ็นตีเป็นรูปตัว M/W จนเกิดฟองละเอียด เนื้อจะเนียนและหอมขึ้นมาก ถ้าอยากทำเป็นมัทฉะลาเต้ แนะนำให้เพิ่มผงเป็น 3 กรัม แล้วใช้น้ำ 40–50 มล. ตีก่อน จากนั้นค่อยเติมนม (นมสดหรือโอ๊ตก็ได้) ข้อสังเกตคือ Kanza มีความหวานธรรมชาติและอูมามิอยู่แล้ว เลยไม่จำเป็นต้องใส่น้ำเชื่อมเยอะ บางวันเราไม่ใส่เพิ่มเลยก็ยังกลมกล่อม ทริคเล็กๆ ที่ช่วยให้ “sweet lingering finish” ชัดขึ้น - อุ่นถ้วยเซรามิก/อุปกรณ์ก่อน ชาจะไม่ช็อกและกลิ่นขึ้น - ใช้น้ำกรองรสกลางๆ จะทำให้โทนหวานเด่นขึ้น - ถ้ารู้สึกเข้มไป ให้ลดผงก่อน อย่าเพิ่มน้ำเดือด เรื่องการเก็บรักษา: หลังเปิดกระปุกควรปิดให้สนิท เก็บในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงความชื้นและแสง (เราเก็บในตู้เย็นช่องธรรมดา โดยใส่ถุงซิปล็อกกันกลิ่น) และตักด้วยช้อนแห้งเสมอ จะช่วยให้ผงมัทฉะยังหอมและสีเขียวสวยได้นาน สรุปจากประสบการณ์เรา Ippodo Kanza เหมาะกับคนที่อยากได้มัทฉะระดับจริงจัง เนื้อสัมผัสเนียน หอมหวานอูมามิ และจบหวานติดปลายลิ้นแบบที่ดื่มแล้วจำได้เลยว่า “นี่แหละ Kanza”