เมื่อเราเจอความรู้สึกแย่ๆ หลายครั้งเรามักเลือกที่จะเงียบและเก็บมันไว้คนเดียว เพราะไม่อยากให้ใครเป็นภาระหรือรู้สึกหนักใจไปกับเรา จากประสบการณ์ตรง การได้พูดออกไปบางครั้งก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาแต่อาจทำให้รู้สึกเปลืองพลังมากขึ้น อีกทั้งบางคนก็แค่รับฟังผ่านๆ ไปโดยไม่เข้าใจลึกซึ้ง จึงทำให้เรายิ่งรู้สึกโดดเดี่ยวและปิดใจ การเก็บสิ่งที่เรารู้สึกไว้ในใจคนเดียว อาจดูเหมือนเป็นการหลีกเลี่ยงความเจ็บปวด แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เราได้เวลาทบทวนและเรียนรู้ที่จะรับมือกับสิ่งเหล่านั้นด้วยตัวเอง ผมพบว่าการเขียนบันทึกหรือสื่อสารผ่านสตอรี่ความรู้สึกช่วยให้ปลดปล่อยความรู้สึกได้ดีขึ้น เพราะมันทำให้เราเข้าใจตัวเองและความรู้สึกมากขึ้นอย่างเป็นระบบ อีกทั้งการตั้งใจฟังตัวเองและรับรู้ความรู้สึกในขณะนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่มีใครรู้ดีที่สุดว่าความรู้สึกนั้นหนักหนาเพียงใดนอกจากตัวเราเอง ในบางช่วงเวลาที่ไม่อยากพูดไม่อยากแชร์ การปล่อยให้ความเงียบกลายเป็นพื้นที่ของการเยียวยาตัวเองก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดี สุดท้าย อยากบอกว่าการเงียบไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอ หรือไม่อยากขอความช่วยเหลือ แต่บางทีมันคือการให้เวลาตัวเองได้ฟื้นฟูและเตรียมพร้อมที่จะก้าวผ่านความรู้สึกนั้นไปได้อย่างเข้มแข็งมากขึ้น
6/1 แก้ไขเป็น

