อย่าล้อเล่นกับความเหนียวของซอส

ถ้ามีซอสกับซุปกินเหลือ ก็เทลงท่อไปเลยสิ!!!

สารภาพมาเถอะเหล่าคนบาป สายปาร์ตี้หม่าล่าและสายชีสเลิฟเวอร์ที่ คิดว่าทึ้งซอสกับซุปเหลือๆลงท่อน้าทึ้งก็หมดปัญหาได้ แต่ช้าแต่สิ่งที่คุณทำอยู่คือการส่ง "ขยะเหนียวหนึบ" ไปอุดตันท่อน้ำทิ้งในระยะยาว

.

"ซุปหม่าล่า" ของอร่อยที่มันเยิ้มพะยะคะ

หลายคนอาจหลงใหลซุปมันสีแดงสวยนี้ แต่พอซุปหมาล่าเริ่มเย็นลงคุณจะเห็นความจริงว่ามันคือ "ไขมันวัวหรือน้ำมันปาล์มเข้มข้น" ที่พร้อมจะแข็งตัวทันทีที่เจออุณหภูมิลดลง ถ้าเหล่าคนบาปเทซุปหม่าล่าลงอ่างล้างจาน มันเหมือนการเท "ไขมันเหลว" ลงไปในท่อครับ พอไปเจอความเย็นใต้ซิงค์ มันจะเกาะติดผนังท่อ PVC ทันที และหนาขึ้นเรื่อยๆ

.

"น้ำสลัดครีม และชีสเหลว"

Eสองตัวนี้คือ "กาวชั้นยอด" ในการทำให้ท่อน้ำทึ้งอุดตันครับ น้ำสลัดครีมประกอบด้วยน้ำมัน ไข่ และน้ำตาล ส่วนชีสเหลวก็คือไขมันนมเข้มข้น สารพวกนี้มีความหนืดสูงมากและไม่ละลายน้ำจ้า พอมันลงไปอยู่ในท่อ มันจะทำหน้าที่เป็น "กาวพลังช้าง" คอยดักจับเส้นผม เศษพริก หรือเศษผงจิ๋วๆ ที่หลุดลงไป ให้มาติดรวมกันเป็นก้อนไขมันมหึมาครับคุณท่านที่เคารพ

.

"น้ำจิ้มสุกี้"

เห็นน้ำจิ้มข้นๆ แบบนั้น ข้างในอัดแน่นไปด้วยแป้ง น้ำตาล เกลือ และสารกันบูด การเทมันลงท่อไม่ได้แค่ทำให้ท่อตันนะ แต่มันคือการ "วางยาพิษจุลินทรีย์" ในถังดักไขมันหรือบ่อบำบัดของคุณด้วย เกลือและสารกันบูดเข้มข้นจะไปฆ่าจุลินทรีย์ดีๆ ที่คอยย่อยสลายของเสียจนหมดระบบ ผลที่ตามมาคือ ขยะที่ตกค้างในท่อจะเริ่ม "เน่า" เพราะไม่มีตัวช่วยย่อย และส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยวพุ่งสวนกลับขึ้นมาบนอ่างล้างจานให้คุณต้องดมทุกวัน

.

"อะไรที่เหนียว ข้น และมัน ห้ามลงท่อเด็ดขาด"

วิธีแก้ที่ฉลาดที่สุดคือใช้ทิชชู่อเนกประสงค์เช็ดคราบซุปหม่าล่า น้ำจิ้มสุกี้ และชีสออกจากจานหรือหม้อให้เกลี้ยงที่สุดแล้วทิ้งถังขยะเปียกไปก่อนล้างครับ ถ้ารู้แหล่วก็ทำซะนะครับ ไม่งั้นก็จงเป็นคนบาปที่ทำให้ท่อตันตลอดไปเถิดพี่น้อง!!!

.

"ฟิวชั่นไม่ได้แค่ขายของ แต่เราให้สาระที่จริงแท้"

#fusionจุลินทรีย์

#ฟิวชั่นคู่หูถังแซท

#จุลินทรีย์ถังแซท

#ฟิวชั่นลดก๊าซไข่เน่า

#สาระประจำบ้าน

4/3 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวหลังจากที่เคยเทซอสที่มีความเหนียวหนืด เช่น ซุปหม่าล่า น้ำสลัดครีม และชีสเหลวลงในอ่างล้างจานโดยตรง สังเกตได้ชัดเจนว่าท่อน้ำมักอุดตันเร็วขึ้น พร้อมกับมีกลิ่นเหม็นที่ไม่พึงประสงค์ย้อนขึ้นมาบ่อยครั้ง ซึ่งทำให้ต้องเรียกช่างมาลงมือแก้ไขหลายครั้งและเสียค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อย ผมจึงเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยใช้ทิชชู่อเนกประสงค์เช็ดซอสและน้ำมันเหนียวๆ จากคราบอาหารบนจานและหม้อให้สะอาดก่อนเทน้ำล้าง ทำแบบนี้ทุกครั้งหลังปาร์ตี้หรือกินอาหารที่มีน้ำมันเยอะ เช่น หม่าล่า น้ำจิ้มสุกี้ และชีส แล้วนำเศษซอสที่เช็ดออกแล้วทิ้งลงถังขยะเปียกแทน เทคนิคนี้ช่วยลดความเหนียวของน้ำที่ไหลลงท่อได้อย่างมาก นอกจากการเช็ดคราบซอสแล้ว ผมพบว่าการใช้น้ำร้อนล้างอ่างล้างจานหลังจากล้างจานเสร็จช่วยละลายไขมันเล็กๆ ที่ติดในท่อ ทำให้ท่อน้ำนั้นสะอาดและไหลได้ดีขึ้น และที่สำคัญอย่าหลงเชื่อว่าการเทน้ำส้มสายชูหรือน้ำยาล้างจานแรงๆ ลงในท่อจะช่วยได้เสมอไป เพราะถ้าเจอไขมันหรือน้ำมันที่แห้งแข็งแล้ว อาจไม่เพียงพอต้องใช้วิธีเช็ดคราบก่อนจะดีที่สุด ประโยชน์จากการปฏิบัติตามวิธีนี้คือช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบท่อ ลดโอกาสท่อตันและกลิ่นเหม็นย้อนกลับขึ้นมา นอกจากนี้ยังช่วยถนอมถังดักไขมันและบ่อบำบัดที่ใช้ในบ้านให้จุลินทรีย์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แบบที่ไม่ต้องเสียเงินซ่อมบำรุงบ่อยๆ และปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมด้วย สรุปได้ว่า ความตั้งใจเล็กๆ อย่างการเช็ดซอสและน้ำมันเหนียวออกก่อนเทลงอ่างล้างจานนั้น เป็นการดูแลบ้านแบบง่ายๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม แต่จริงๆแล้วส่งผลดีระยะยาวอย่างมาก อยากให้ทุกคนลองปฏิบัติดูนะครับ แล้วจะพบว่าปัญหาท่อตันบ่อยๆ จะลดลงจนแทบไม่ต้องกังวลเลย