ป้ายาน้ำหอมมาดามฟิน
ช่วงนี้เห็นคนค้นหา “มาดามฟินสีเขียว” กันเยอะมาก เลยขอมาเล่าประสบการณ์ส่วนตัวหลังได้ลองป้าย/ฉีดจริงค่ะ (ส่วนตัวชอบแนวหอมที่ดูแพง ๆ แต่ยังแซ่บแบบตัวแม่ แบบที่เดินผ่านแล้วคนต้องหันมาเหลียว) 1) กลิ่นมาดามฟินสีเขียวเป็นแนวไหน? สำหรับเรา “สีเขียว” จะให้ฟีลหอมแบบเกินต้าน ออกแนวเซนชวล (sensual) มีความเซ็กซี่นุ่ม ๆ ไม่ฉุนบาดจมูก เปิดมาจะหอมชัด แล้วค่อย ๆ นัวขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างวัน เหมาะกับวันที่อยากแต่งตัวน้อยแต่ให้กลิ่นพาไป หรือวันที่ต้องการความมั่นใจเป็นพิเศษ 2) ใช้โอกาสไหนถึงปัง - ไปทำงาน/เรียน: ใช้เบามือหน่อย จะได้หอมสุภาพแต่ยังมีเสน่ห์ - นัดเดท/ออกงานกลางคืน: อันนี้เข้ามาก ฟีล “แซ่บแบบตัวแม่” จริง ๆ - สายคาเฟ่/เดินห้าง: กลิ่นติดเสื้อดี ทำให้ดูตัวหอมตลอดทาง 3) ป้ายตรงไหนให้หอมฟุ้งและติดทน ทริคที่เราใช้แล้วเวิร์กคือป้ายบริเวณ “จุดชีพจร” เพราะความอุ่นของผิวช่วยกระจายกลิ่น: - หลังหู - ข้อมือ (แล้วอย่าถูแรง ๆ แค่แตะให้ซึม) - ข้อพับแขน - ไหปลาร้า อีกจุดที่ช่วยให้ติดทนคือ “ชายเสื้อ/ผ้าพันคอ” (ถ้าเป็นสูตรที่ฉีดได้) กลิ่นจะอยู่ได้นานกว่าผิว โดยเฉพาะห้องแอร์ 4) ติดทนแค่ไหน (จากที่ลองเอง) บนผิวเราจะอยู่ได้ประมาณครึ่งวัน (แล้วแต่กิจกรรม/เหงื่อ) แต่บนเสื้อผ้าจะยาวกว่า กลางวันเติมอีกนิดก็กลับมาหอมเหมือนเดิม ถ้าวันไหนอยากให้ติดทนขึ้น แนะนำทาโลชั่นไม่มีน้ำหอมก่อน หรือทาวาสลีนบาง ๆ ที่จุดป้าย กลิ่นจะเกาะผิวดีขึ้น 5) เช็ก “มาดามฟินของแท้” ก่อนซื้อแบบง่าย ๆ เพราะคำค้นเกี่ยวกับของแท้เยอะมาก แนะนำให้ดูหลายจุดร่วมกัน: - ซื้อจากร้านทางการ/ตัวแทนที่มีหลักฐานชัดเจน - แพ็กเกจและงานพิมพ์ต้องคม ไม่เบลอ ไม่สะกดเพี้ยน - กลิ่นของแท้มัก “หอมเป็นชั้น” ช่วงแรกชัด แล้วนัวขึ้น ไม่แหลมฉุนตลอด - ถ้าเจอราคาถูกผิดปกติมาก ๆ ให้ระวังเป็นพิเศษ สรุปสำหรับเรา มาดามฟินสีเขียวเป็นกลิ่นที่ให้ลุคมั่นใจ หอมแซ่บแต่ไม่แรงเกินไป ใครชอบโทนหอมเซ็กซี่แบบน่าค้นหา น่าจะถูกใจค่ะ







