❌ถ้าไม่มีประกัน = ต้องมีเงินสำรองเท่าไหร่
ทุกคนเคยลองคำนวณเล่นๆดูมั้ย
ถ้าไม่มีประกัน = เราต้องมีเงินสำรองเท่าไหร่
Ver. #มนุษย์เงินเดือน
เจอมากับตัว ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ A ที่แม้ฉีดวัคซีนทุกปี ยังต้องแอดมิท
เจอค่ารักษา ค่าหมอ ค่าห้อง รวมๆเกือบ 40,000 ช็อกสิคะ!
✨ โคตรโชคดีเพิ่งซื้อประกันสุขภาพไปเดือนกว่าๆ
จ่ายไปปีละประมาณ 17,505 บาท
นี่ใช้คร ั้งแรกก็คุ้มเลยย
เกือบต้องเอาเงินเก็บมาจ่ายหมดบัญชี 😭😭
ลองคิดดูเล่นๆ ว่าเมื่อเราป่วยหนักหรือเจ็บป่วยจำเป็นต้องนอน ร.พ. เเล้วแต่ไม่มีประกันสุขภาพ จะต้องมีเงินสำรองเท่าไหร่กันแน่? บางคนอาจมองว่าประกันเป็นรายจ่ายที่ไม่จำเป็น หรือมีประกันกลุ่มจากบริษัทที่ดูเหมือนจะคุ้มครองพอแล้ว แต่จริงๆ แล้วค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลเอกชนอาจสูงกว่าที่คิดมาก เช่น ค่าห้องพักเองก็อาจสูงถึงคืนละ 4,000-8,000 บาท ค่าตรวจ ค่าหมอ และค่าพยาบาลสามารถรวมกันเป็นหลักหมื่นได้เลยทีเดียว ตัวอย่างกรณีไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A แม้จะฉีดวัคซีนป้องกันแล้ว แต่ต้องแอดมิทและค่าใช้จ่ายรวมเกือบ 40,000 บาท ซึ่งหากไม่มีประกันสุขภาพก็ต้องจ่ายเต็มจำนวนนี้จากเงินเก็บของตัวเอง และถ้าเป็นโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง หรือโรคหัวใจที่ต้องผ่าตัด ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นตั้งแต่หลักแสนจนถึงหลายล้านบาท แม้จะมีประกันกลุ่มจากที่ทำงานก็ควรมองถึงส่วนต่างที่จะต้องจ่ายเอง เพราะประกันกลุ่มอาจจะช่วยได้แค่บางส่วนเท่านั้น นอกจากนี้ เมื่อเจ็บป่วยจนต้องหยุดงาน รายได้ลดลง แต่ค่าใช้จ่ายยังคงเท่าเดิม เช่น ผ่อนบ้าน รถ ค่าใช้จ่ายประจำวันต่างๆ การมีเงินสำรองเพียงพอจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเงินเก็บน้อยอาจไม่เพียงพอในการดูแลสุขภาพและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหลายเดือน จากเหตุผลเหล่านี้ แนะนำว่า ควรเตรียมเงินสำรองสำหรับกรณีฉุกเฉินไว้ให้เพียงพอ เช่น ค่าแอดมิทประมาณ 30,000-100,000 บาท โรคร้ายแรงอย่างน้อย 500,000 บาท รวมทั้งเงินสำรองสำหรับภาวะหยุดงานและไม่มีรายได้ประมาณ 100,000-1,000,000 บาท เพื่อความมั่นคงทางการเงินในทุกสถานการณ์ ถ้าการจ่ายเงินก้อนไม่เป็นทางเลือกที่สะดวก การซื้อประกันสุขภาพแบบผ่อนรายเดือนก็เป็นทางเลือกที่ดี บางแบบเริ่มต้นที่เดือนละ 1,000 บาทแต่คุ้มครองสูงถึงหลักล้าน และยังมีสิทธิ์ได้รับเงินก้อนช่วยตอนหยุดงาน รวมถึงคุ้มครองครอบครัวกรณีไปก่อนเวลา ดังนั้น การวางแผนใช้เงินอย่างรอบคอบและพิจารณาประกันสุขภาพควบคู่กันจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดและป้องกันไม่ให้เงินเก็บหมดเกลี้ยงจากเหตุฉุกเฉินทางสุขภาพได้จริงๆ





