Javin No.20とL'oreal Black Cartridgeのどちらがより優れていますか?
両方のお気に入りの料理、ジャヴァン・ド・ソウル(スクエアマット)とロレアル(ホットバージョン!)
これが私の人生です。
スキンタイプ>ニキビ跡のある混合肌(昨日押したばかりで、クリアカバレッジと比較して)*21 nファンデーションが主に使用されています*両方のようなスポンサーはお勧めしません、スキンワークを選択し、主にコントロールしてください
หลายคนถามหา “เทียบสีคุชชั่น L’Oréal” เราเลยสรุปเป็นไกด์เลือกสี/เลือกฟินิชจากที่ลองกับตัวเองให้ละเอียดขึ้นค่ะ (ผิวผสม มีรอยสิว ใช้รองพื้น 21N เป็นหลัก) 1) โทนสี: L’Oréal Infallible เบอร์ 200 vs Javin de Seoul เบอร์ 20 - Javin เบอร์ 20: จากที่ทาบเทียบ เฉดจะดูสว่างกว่าเล็กน้อยและติดเหลืองมากกว่า เหมาะกับคนที่ผิวโทนเหลือง/อันเดอร์โทน warm แล้วอยากให้หน้าดูสว่างขึ้น - L’Oréal เบอร์ 200: โทนจะกลางๆ ไม่ติดเหลืองมาก ให้ความเป็นธรรมชาติบนผิวเรา เหมาะกับคนที่กลัวหน้าดูเหลืองเกิน หรืออยากได้โทนที่ใกล้ “ผิวจริง” มากกว่า ทริคเลือกสีแบบไวๆ: ถ้าคุณแต่งแล้วหน้ามัก “ดรอปเป็นเหลือง” ง่าย ลองเอนมาที่ L’Oréal 200 ก่อน แต่ถ้าคุณผิวเหลืองและชอบลุคสว่างขึ้นแบบไบร์ทๆ Javin 20 จะตอบโจทย์กว่า 2) งานผิวและความบาง: แนว makeup no makeup ส่วนตัวรู้สึกว่า L’Oréal จะให้ฟีล “makeup no makeup” มากกว่า คือผิวดูเรียบ เนียน แต่ไม่หนา เหมาะกับวันที่อยากได้ผิวบางๆ ดูเป็นผิวจริง ส่วน Javin ฟินิชจะเนี๊ยบและแมทช์ชัดกว่า เหมาะกับวันที่อยากให้ผิวดูเป๊ะขึ้น 3) ปกปิดรอยสิว/รอยแดง บนวันที่มีรอยสิว (โดยเฉพาะรอยแดงสด) ทั้งสองตัวทำได้ดี แต่ถ้าต้องการลุคปกปิดแบบเน้นๆ แนะนำกดคุชชั่นเฉพาะจุดรอยสิว 1–2 รอบ แล้วค่อยใช้คอนซีลเลอร์แตะเพิ่มบางๆ จะยังคุมความหนาได้อยู่ 4) คุมมันและความทนระหว่างวัน ถ้าโฟกัส “คุมมัน” เป็นหลัก เราเอนให้ L’Oréal มากกว่า แต่ทั้งคู่เวลาน้ำมันเริ่มออก งานผิวยังดูสวย ไม่ค่อยหลุดเป็นคราบง่าย (อาจต่างกันตามสกินแคร์/กันแดดที่ใช้) 5) วิธีทาให้สีไม่เพี้ยน - รอให้กันแดดเซ็ตตัวก่อนค่อยลงคุชชั่น - ใช้พัฟกดเบาๆ ทีละชั้น อย่าถู เพราะจะทำให้เนื้อแยกและสีดูไม่เนียน - ถ้ากลัวหน้าหม่น ให้เซ็ตแป้งเฉพาะ T-zone พอ ส่วนแก้มปล่อยผิวจะสวยกว่า สรุปเลือกง่ายๆ: อยากได้โทนไม่ติดเหลืองมาก + คุมมันเด่น + งานผิวบางๆ ไปทาง L’Oréal Infallible 200 / อยากได้ผิวสว่างและติดเหลืองนิดๆ + ฟินิชแมทช์เนี๊ยบๆ ไปทาง Javin de Seoul เบอร์ 20 ค่ะ








































