🛑 Soft Skills สร้างไม่ได้… ถ้าองค์กรยังเลือกคนผิด

🛑 Soft Skills สร้างไม่ได้… ถ้าองค์กรยังเลือกคนผิด และปล่อยวัฒนธรรมผิดให้โต

เมื่อองค์กรพยายามติดตั้ง “ซอฟต์แวร์ใหม่” ลงบน “ฮาร์ดแวร์ที่ไม่รองรับ” แล้วสงสัยว่าทำไมระบบยังล่มเหมือนเดิม?

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา องค์กรทั่วโลกลงทุนมหาศาลกับการพัฒนา Soft Skills

* คอร์ส Leadership, Teamwork, Communication, Empathy, Coaching, Collaboration ถูกจัดขึ้นแทบทุกไตรมาส

* วิทยากรระดับโลกถูกเชิญเข้ามา

* โปรแกรมออนไลน์และแพลตฟอร์ม Learning ใหม่ๆ ถูกซื้อมาใช้ไม่ขาดสาย

* HR และ L&D ทุ่มเทออกแบบ Learning Journey อย่างจริงจัง

* ผู้บริหารหลายองค์กรตั้ง KPI ด้านการพัฒนาคนอย่างเป็นระบบ และพนักงานจำนวนมากก็ผ่านการอบรมมาแล้วแทบทุกหัวข้อสำคัญ

"แต่ทำไมหลังอบรมผ่านไป ทุกอย่างยังเหมือนเดิม?"

* เช่น คนเดิมยัง Toxic

* ทีมเดิมยังไม่ไว้ใจกัน

* การเมืองในองค์กรยังแรง

* การประชุมยังเต็มไปด้วยการปกป้องตัวเองมากกว่าการแก้ปัญหา

* และคนเก่งยังทยอยลาออก

"เงินลงทุนด้าน Training เพิ่มขึ้นทุกปี แต่พฤติกรรมคนแทบไม่เปลี่ยน"

ความจริงที่องค์กรต้องยอมรับ คือ "Soft Skills ส่วนใหญ่ ไม่ได้ล้มเหลวเพราะหลักสูตรไม่ดี แต่ล้มเหลวเพราะองค์กรกำลังแก้ผิดจุด"

เพราะ Soft Skills ไม่ใช่แค่เรื่องการเรียนรู้ แต่เกี่ยวข้องกับ ตัวตนของคน และสภาพแวดล้อมที่เขาอยู่ทุกวัน

การพยายามสอน Empathy ให้กับคนที่ไม่เคยเห็นคุณค่าของคนอื่น ก็ไม่ต่างจากการพยายามปลูกดอกไม้บนพื้นคอนกรีต "ต่อให้รดน้ำดีแค่ไหน มันก็ไม่โต” และต่อให้สอนซ้ำกี่ครั้ง พฤติกรรมจริงก็จะย้อนกลับไปเหมือนเดิมเมื่อเขากลับไปอยู่ในระบบเดิม

ปัญหาของหลายองค์กรจึงไม่ใช่เรื่อง “ความรู้ไม่พอ” แต่เป็นเรื่อง “ระบบไม่เอื้อ” ให้พฤติกรรมดีเติบโตได้จริง

====

📉 "ความเข้าใจผิดครั้งใหญ่” คือ Skill เปลี่ยนได้ แต่ Character เปลี่ยนยาก

"Hard Skills เปรียบเหมือนแอปพลิเคชัน โหลดเพิ่มได้ ฝึกได้ วัดผลได้"

* เขียนโค้ดไม่เป็น → เรียน → เขียนเป็น

* วิเคราะห์ข้อมูลไม่เก่ง → ฝึก → เก่งขึ้น

* ทำ Presentation ไม่ดี → ฝึก → ดีขึ้น

"โมเดลนี้ใช้ได้ผลดีมากในยุค AI และ E‑learning เพราะความรู้เชิงเทคนิคสามารถเรียนรู้และอัปเดตได้ตลอดเวลา"

แต่ Soft Skills เปรียบเหมือนระบบปฏิบัติการของมนุษย์

* ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ การให้เกียรติคนอื่น การรับฟัง ความใจกว้าง การควบคุมอารมณ์ การรับมือความขัดแย้ง

* สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกสร้างในห้องอบรม แต่ถูกหล่อหลอมมาหลายสิบปีจากครอบครัว ประสบการณ์ชีวิต ความล้มเหลว และสภาพแวดล้อมที่แต่ละคนเติบโตมา

* ดังนั้น การหวังว่า Training 2 วันจะเปลี่ยนพฤติกรรมคนได้ จึงแทบไม่ต่างจากการหวังว่าอัปเดตซอฟต์แวร์จะเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ให้แรงขึ้น

ผลที่เกิดขึ้นจริงคือ

* พนักงานได้ศัพท์สวยๆ ไปใช้พูด แต่พฤติกรรมจริงยังเหมือนเดิม

* รู้ว่าต้องฟัง แต่ไม่ฟัง

* รู้ว่าต้องเคารพคนอื่น แต่ยังใช้อำนาจกดคน

* รู้ว่าทีมต้องร่วมมือ แต่ยังคิดถึงผลงานตัวเองก่อนทีม

* และองค์กรก็ยังเจอปัญหาเดิมซ้ำๆ ในทุกปี เพราะองค์กรพยายามแก้ที่ Skill ทั้งที่ปัญหาอยู่ที่ Character และระบบ

====

🧠 ปัญหาจริงไม่ได้อยู่ที่คน แต่อยู่ที่ "วัฒนธรรมหน้างาน"

ต่อให้คุณมีพนักงานที่มีทัศนคติดี ถ้าเขาถูกส่งกลับไปอยู่ในทีมที่วัฒนธรรมป่วย Soft Skills จะหายไปในไม่กี่สัปดาห์ เพราะมนุษย์ปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

* ถ้าหัวหน้าทีมชอบจับผิด ลูกทีมจะเลิกกล้าเสนอไอเดีย

* ถ้าหัวหน้าชอบแทงข้างหลัง ความไว้ใจในทีมจะหายไปทันที

* ถ้าคนที่ช่วยเหลือเพื่อนถูกมองว่าอ่อนแอ ทุกคนจะเริ่มแข็งกร้าวเพื่อป้องกันตัวเอง

* ถ้าความผิดพลาดถูกลงโทษเสมอ คนจะไม่กล้าลองสิ่งใหม่

* สุดท้าย ต่อให้ทุกคนผ่านการอบรม Soft Skills มา พฤติกรรมจริงจะกลับไปเป็นแบบเดิม

* เพราะองค์กรกำลังสอนคนให้ดีขึ้น แต่ระบบรอบตัวบังคับให้เขาต้องแย่ลงเพื่ออยู่รอด

"องค์กรจำนวนมากจึงเผชิญภาวะย้อนแย้ง คือ"

* อบรมเรื่อง Collaboration แต่ระบบวัดผลให้แข่งกันเอง

* สอนเรื่อง Teamwork แต่ให้รางวัลเฉพาะผลงานส่วนบุคคล

* พูดเรื่อง Trust แต่ผู้นำไม่เคยไว้ใจทีม

* เมื่อระบบกับคำสอนสวนทางกัน พนักงานจะเชื่อ “ระบบ” ไม่ใช่ “คำพูด”

====

🛠️ “หยุดซ่อมแค่คน" แต่เริ่มจากการเลือกและสร้างระบบที่ถูก

องค์กรที่พัฒนา Soft Skills ได้จริง มักทำ 3 เรื่องนี้พร้อมกัน

1) คัดคนให้ถูกตั้งแต่แรก (Selection)

* องค์กรจำนวนมากยังรับคนจากความเก่งทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว แล้วหวังว่าจะมาแก้นิสัยทีหลัง

* แต่ความจริงคือ รับคนนิสัยดีแต่ยังไม่เก่ง มาฝึกให้เก่ง ง่ายกว่ารับคนเก่งแต่นิสัยแย่ มาฝึกให้เป็นคนดีหลายเท่า

* การสัมภาษณ์งานจึงไม่ควรดูแค่ผลงานหรือความสามารถ แต่ต้องดูวิธีคิด วิธีรับมือความขัดแย้ง และวิธีปฏิบัติต่อคนอื่น เพราะคนเก่งแต่ Toxic สามารถทำลายทีมทั้งทีมได้

2) แก้ที่หัวหน้างานด้วย ไม่ใช่แค่ลูกทีม

* วัฒนธรรมองค์กรไม่ได้เกิดจากสโลแกนหรือโปสเตอร์ แต่มาจากพฤติกรรมหัวหน้างานโดยตรง

* ลูกน้องไม่ได้ทำตามสิ่งที่หัวหน้าพูด แต่ทำตามสิ่งที่หัวหน้าทำ

* ถ้าหัวหน้าขึ้นเสียง คนในทีมก็จะขึ้นเสียงตาม ถ้าหัวหน้าไม่รับผิด ทีมก็จะโยนความผิดกันเอง

* ดังนั้น การพัฒนาผู้นำหน่วยย่อยจึงสำคัญกว่าการอบรมพนักงานจำนวนมาก

3) สร้างพื้นที่ปลอดภัยในการทำงาน

* Soft Skills จะเติบโตได้ในพื้นที่ที่คนไม่กลัวถูกซ้ำเติมเมื่อทำผิด

* ถ้าความผิดพลาดกลายเป็นเครื่องมือประณาม คนจะเลือกความปลอดภัยมากกว่านวัตกรรม

* แต่ถ้าความผิดพลาดถูกใช้เป็นบทเรียน ทีมจะกล้าลอง กล้าพูด และกล้าช่วยเหลือกัน และนี่คือรากฐานของทีมที่แข็งแรงจริง

====

🚨 ความเสี่ยงใหม่ขององค์กรที่ยังไม่เข้าใจเรื่องนี้

ในยุคที่ AI เรียนรู้ Hard Skills ได้เร็วกว่ามนุษย์แทบทุกเดือน ความรู้เชิงเทคนิคไม่ได้เป็นข้อได้เปรียบที่ยั่งยืนอีกต่อไป สิ่งที่ทำให้มนุษย์ยังมีคุณค่า และองค์กรยังแข่งขันได้ คือความสามารถในการทำงานร่วมกับคนจริงๆ

เพราะงานยุคใหม่ไม่ใช่แค่ “ทำให้เสร็จ” แต่คือ “ทำให้สำเร็จร่วมกัน”

ต้องอาศัยการฟัง การประสานงาน การแก้ปัญหาร่วม และความไว้ใจระหว่างทีม ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังทดแทนไม่ได้

แต่ปัญหาคือ หลายองค์กรยังปล่อยวัฒนธรรม Toxic ให้เติบโตต่อไปโดยไม่รู้ตัว เช่น

* หัวหน้าที่ใช้อำนาจกดคน การเมืองในทีม การจับผิดมากกว่าสนับสนุน หรือระบบที่ทำให้คนต้องแข่งกันเองเพื่อเอาตัวรอด

* ผลลัพธ์ที่เริ่มเห็นชัดขึ้นทุกปีคือ Talent รุ่นใหม่ที่มีทางเลือกมากขึ้น ไม่ได้เลือกองค์กรจากเงินเดือนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เลือกจากวัฒนธรรมการทำงาน คุณภาพของหัวหน้า และบรรยากาศในทีม

พนักงานรุ่นใหม่จำนวนมากไม่ได้ถามแค่ “เงินเดือนเท่าไร?” แต่ถามว่า

* “ฉันจะได้ทำงานกับคนแบบไหน?”

* “หัวหน้าจะช่วยให้ฉันเติบโต หรือทำให้ฉันหมดไฟ?”

* “ที่นี่ปลอดภัยพอให้ฉันแสดงความคิดเห็นหรือไม่?”

เมื่อองค์กรยังไม่แก้ปัญหานี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ คนที่ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดีจะค่อยๆ ย้ายออก เหลือแต่คนเก่งที่ทำงานเก่งคนเดียว แต่ทำงานกับใครไม่ได้ และทีมที่เต็มไปด้วยคนเก่งแต่ร่วมมือกันไม่ได้ คือสูตรสำเร็จของความล้มเหลวในระยะยาว เพราะองค์กรไม่ได้เติบโตจากความสามารถเฉพาะบุคคล แต่เติบโตจากความสามารถในการทำงานร่วมกันของทั้งระบบ

ความจริงที่ผู้บริหารจำนวนมากเริ่มยอมรับช้าเกินไปคือ องค์กรจำนวนมากไม่ได้ล้มเพราะขาดคนเก่ง แต่ล้มเพราะทนคน Toxic ไว้นานเกินไป จนคนดีๆ ไม่อยากอยู่ต่อ และวัฒนธรรมการทำงานค่อยๆ เสื่อมลงโดยไม่รู้ตัว

====

✨ Soft Skills ไม่ใช่บทเรียน แต่เป็นผลลัพธ์ของระบบที่ถูกออกแบบดี

"ผู้บริหารจำนวนมากยังหวังให้คอร์สแพงๆ เปลี่ยนพฤติกรรมคน แต่ความจริงคือ Soft Skills ไม่ได้ถูกสร้างในห้องเรียน"

มันเกิดขึ้นเมื่อ "คนที่ใช่ ทำงานร่วมกัน ในระบบที่ไม่บังคับให้พวกเขาต้องกลายเป็นคนแย่เพื่อความอยู่รอด"

บางครั้ง สิ่งที่องค์กรต้องทำไม่ใช่รดน้ำให้มากขึ้น แต่ต้องเริ่มจากการเตรียมดินให้ถูกต้อง

* เพราะเมื่อสภาพแวดล้อมถูกต้อง พฤติกรรมที่ดีก็จะเติบโตขึ้นเอง

* และเมื่อวันนั้นมาถึง Soft Skills จะไม่ใช่แค่หัวข้ออบรม แต่จะกลายเป็นข้อได้เปรียบทางธุรกิจที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยากที่สุด

* และนั่นคือวันที่องค์กรไม่ได้เก่งเพราะคนเก่งเพียงไม่กี่คน แต่เก่งเพราะทั้งระบบช่วยกันทำให้คนธรรมดาทำผลงานระดับยอดเยี่ยมได้จริง

#วันละเรื่องสองเรื่อง #SoftSkillsMyth #OrganizationalCulture #LeadershipTruth #FutureOfWork

2/16 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเรื่อง Soft Skills ในองค์กรเป็นประเด็นสำคัญที่ผมเองเคยเจอและสังเกตเห็นว่า แม้จะมีการจัดอบรมคอร์สดีๆ มากมาย แต่พฤติกรรมของพนักงานกลับไม่เปลี่ยนไปอย่างที่หวัง สาเหตุสำคัญมาจากส่วนใหญ่เน้นพัฒนาที่ "ทักษะ" เท่านั้น โดยมองข้าม "นิสัยใจคอ" หรือ Character ที่ฝังรากลึกมาตั้งแต่เด็กและสภาพแวดล้อมการทำงานรอบข้าง ผมได้มีโอกาสทำงานร่วมกับทีมที่มีลักษณะ Toxic Culture คือการเมืองในทีมเยอะ และหัวหน้ากดดันลูกทีมอย่างหนัก ทำให้ความไว้ใจและความร่วมมือแทบไม่มี เห็นได้ชัดว่าถึงจะอบรมเรื่องการสื่อสารและการทำงานเป็นทีม แต่พอกลับไปทำงานจริง ทุกคนก็ยังกดดันกันและกันเหมือนเดิม เราจะสอนให้คนมีความเอาใจใส่ (Empathy) ได้ยากถ้าภายในทีมยังไม่เปิดพื้นที่ปลอดภัยให้คนแสดงออกอย่างแท้จริง สิ่งที่องค์กรมักทำผิดคือการจ้างคนที่เก่งงานอย่างเดียวโดยไม่สนใจนิสัยใจคอ ซึ่งพอคนเก่งแต่มีนิสัยไม่ดีเข้ามา มักสร้างปัญหาให้ทั้งทีมมากกว่าประโยชน์ บางครั้งการเลือกคนที่มีนิสัยดีและพร้อมที่จะเรียนรู้จะช่วยให้ทีมทำงานร่วมกันได้ดีขึ้นมากกว่า นอกจากนี้ หัวหน้างานก็เป็นกุญแจสำคัญ เพราะพฤติกรรมของหัวหน้าเป็นตัวกำหนดวัฒนธรรมของทีม ถ้าหัวหน้ามีพฤติกรรมที่ดี เอาใจใส่ทีม และเปิดโอกาสให้ทีมเรียนรู้จากความผิดพลาด ทีมงานก็จะกล้าแสดงความเห็นและเติบโตได้จริง แต่ถ้าหัวหน้าดุจการและไม่รับผิดชอบก็ยากที่ทีมจะเปลี่ยนแปลงได้ สุดท้ายการสร้าง "พื้นที่ปลอดภัย" ในการทำงานเป็นสิ่งจำเป็น เมื่อพนักงานไม่กลัวการถูกลงโทษจากความผิดพลาด หรือการแสดงความเห็นที่แตกต่าง ทีมจะมีนวัตกรรมและการร่วมมือที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากประสบการณ์และการสังเกต หลักสูตรอบรม Soft Skills นั้นไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ถ้าองค์กรยังไม่เปลี่ยนวิธีเลือกคนและบรรยากาศวัฒนธรรมการทำงาน Soft Skills จะไม่เติบโตอย่างแท้จริง และการลงทุนทุกอย่างก็จะสูญเปล่า ต้องเริ่มจากแก้ระบบและสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เพื่อให้ Soft Skills กลายเป็นพฤติกรรมปกติที่ทุกคนในองค์กรมีและใช้ได้จริง

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

5 Soft Skills ที่ควรพัฒนา เพื่อโตในสายงานแบบก้าวกระโดด
1️⃣ การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Communication) พูด–เขียน–ฟัง ให้เข้าใจตรงกัน ช่วยให้งานลื่นไหล ลดความผิดพลาด 2️⃣ การคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) แยกแยะปัญหา หาทางออกอย่างเป็นระบบ ตอบโจทย์งานยุคใหม่ที่ต้องตัดสินใจไว 3️⃣ การทำงานเป็นทีม (Teamwork) ร่วมมือ แบ่งหน้าที่ รับฟังคว
Employee_care.th

Employee_care.th

ถูกใจ 62 ครั้ง

ภาพชายหนุ่มสวมเสื้อยืดสีขาว กอดอก พร้อมข้อความภาษาไทยว่า 'การที่จะหาพนักงานที่เก่งเข้ามาทำงานด้วย คุณไม่ได้เป็นคนเลือกเขา แต่เขาเป็นคนเลือกคุณ เพราะฉะนั้นจงทำตัวให้เป็นองค์กรที่น่าร่วมงานด้วย' เน้นย้ำว่าองค์กรต้องน่าสนใจ
You don’t choose them, they choose you
You don’t choose them, they choose you
Ck Cheong

Ck Cheong

ถูกใจ 43 ครั้ง

ภาพหน้าปกแสดงหัวข้อเรื่อง 7 บุคลิกพนักงานที่คนเกรงใจแม้ตำแหน่งไม่สูงมาก พร้อมคำแปลภาษาอังกฤษ วางอยู่บนโต๊ะไม้ที่มีแก้วกาแฟ แว่นกันแดด และกระเป๋า
ภาพแสดงบุคลิกพนักงาน 2 ข้อแรก ได้แก่ สุขุม นิ่ง มั่นคง และรับผิดชอบสูง ไม่โยนงาน พร้อมคำอธิบายและวิธีปรับใช้จริง วางอยู่บนโต๊ะไม้ที่มีแก้วกา��แฟ แว่นกันแดด และกระเป๋า
ภาพแสดงบุคลิกพนักงาน 2 ข้อถัดไป ได้แก่ พูดตรงแต่ไม่ทำร้าย และทำงานเกินความคาดหวัง พร้อมคำอธิบายและวิธีปรับใช้จริง วางอยู่บนโต๊ะไม้ที่มีแก้วกาแฟ แว่นกันแดด และกระเป๋า
🎬 7 บุคลิกพนักงานแบบไหน
ที่คน “เกรงใจ” แม้ตำแหน่งยังไม่สูงมาก
(💬 ทำไมบางคนไม่ต้องใช้อำนาจ แต่ทุกคนก็ให้ความเคารพ?) เพราะ “บุคลิกและพฤติกรรม” สร้างอิทธิพลได้มากกว่าตำแหน่ง 📌 เซฟโพสต์ไว้ → เตือนตัวเองให้พัฒนาบุคลิก ไม่ใช่แค่ตำแหน่ง 📲 แชร์ต่อ → ให้เพื่อนร่วมงานที่กำลังสร้างตัว 🔗 กดติดตาม → ถ้าคุณอยากเติบโตแบบมีอิทธิพลเงียบ ๆ #พัฒนาตัวเอง #บุคล
เปลี่ยนฉันใน1%

เปลี่ยนฉันใน1%

ถูกใจ 201 ครั้ง

เลือกคนเก่งมาทำงานหรือคนไม่เก่งแล้วเอามาเทรน!?
#ลีโอgoalธุรกิจ #leowood #ลีโอวูด #รับสมัครงาน #พนักงานออฟฟิศ
ลีโอ Goalธุรกิจ

ลีโอ Goalธุรกิจ

ถูกใจ 2 ครั้ง

เก่งแค่ไหนก็ทำงานที่นี่ไม่ได้ ถ้าไม่มี…
Bloodline culture คือ สังคมการทำงานแบบเลือดสีเดียวกัน รุ่นพี่ดึงรุ่นน้อง รุ่นน้องดึงรุ่นพี่ ทั้งหมดจบจากมหาลัยเดียวกัน พูดง่ายๆ ก็คือ เข้ามาโดย connection นั่นเอง สังคมการทำงานแบบนี้แม้ปัจจุบันจะลดน้อยลงแต่ยังคงพบเห็นได้ตามองค์กรใหญ่ เช่น บริษัทจำกัดมหาชนบางที่, สายงานกฎหมาย, แพทย์-การเมือง และอ
GuyYama

GuyYama

ถูกใจ 10 ครั้ง

ภาพอินโฟกราฟิกเปรียบเทียบคนยุ่งที่จมกับงาน กับคนยอดเยี่ยมที่ทำงานอย่างมีกลยุทธ์และสงบสุข โดยวัดประสิทธิภาพจากคุณภาพการตัดสินใจ ไม่ใช่ปริมาณงาน บันไดสู่การเปลี่ยนแปลงเน้นความชัดเจน การมีเจ้าภาพ สมาธิ และการจัดทีมที่เหมาะสม
จาก “คนยุ่ง” สู่ “คนยอดเยี่ยม”
จาก “คนยุ่ง” สู่ “คนยอดเยี่ยม” เมื่อประสิทธิภาพที่แท้จริง ไม่ได้วัดจากปริมาณงาน แต่จากคุณภาพของการตัดสินใจ? ในโลกการทำงานยุคปัจจุบัน ความ “งานยุ่ง” ค่อยๆ กลายเป็นภาพแทนของความทุ่มเทโดยไม่รู้ตัว ปฏิทินที่แน่นเอี๊ยด การประชุมที่ต่อเนื่องตั้งแต่เช้าจรดเย็น และการตอบอีเมล หรือตอบแชตไม่หยุด ถูกใช้
วันละเรื่องสองเรื่อง

วันละเรื่องสองเรื่อง

ถูกใจ 5 ครั้ง

ภาพมีข้อความภาษาไทยเกี่ยวกับการลาออกจากองค์กร โดยเน้นว่าองค์กรที่ดีควรแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่รับคนใหม่แทนคนเก่า มีรูปโทรโข่งสองอันด้านบนและลายน้ำแพลตฟอร์ม Lemon8 พร้อมชื่อผู้ใช้ @office_storyy
องค์กรที่ไม่พัฒนา
องค์กร สอนให้เรารัก“งาน” แต่องค์กรไม่เคยแสดงถึงความ“รักเรา”เลย🥺
ฉันชื่อ รรรรร 👁️‍🗨️〰️👁️‍🗨️

ฉันชื่อ รรรรร 👁️‍🗨️〰️👁️‍🗨️

ถูกใจ 1 ครั้ง

ฝึกใจไปกับ Toxic Workplace: คู่มือเอาตัวรอดในออฟฟิศพิษๆ
การทำงานก็เหมือนเข้าคอร์สฝึกจิต… บางคนได้เจอครูใจดี แต่บางคนได้เจอครูโหด (aka หัวหน้า toxic) บางคนเจอลูกน้องเป็นพิษ บางคนเจอเพื่อนร่วมงานที่ทำให้อยากหนีออกจากห้องประชุมทุกครั้ง 🤯 ที่ทำงาน toxic ไม่ได้หมายถึง “สถานที่” เท่านั้น แต่คือบรรยากาศและความสัมพันธ์ที่บั่นทอนใจเราได้ทุกวัน — จนบางครั้งน
Uncle Phawits

Uncle Phawits

ถูกใจ 129 ครั้ง

🏢 ไม่ใช่บริษัทที่ผิด…แต่อาจเป็นเราที่กำลัง “เล่นผิดสนาม”
🏢 ไม่ใช่บริษัทที่ผิด…แต่อาจเป็นเราที่กำลัง “เล่นผิดสนาม” วิกฤตการเปลี่ยนงานถี่ ไม่ได้สะท้อนว่าคนไม่อดทน แต่สะท้อนว่า “ระบบอาชีพ” กำลังพาคนจำนวนมากหลงทาง? * ในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนงานถี่ขึ้นกลายเป็นภาพชินตาของตลาดแรงงานไทย ภาพนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ลามไ
วันละเรื่องสองเรื่อง

วันละเรื่องสองเรื่อง

ถูกใจ 4 ครั้ง

โตไม่ได้เพราะคุณใช้คนเก่งไม่เป็น ​
โตไม่ได้เพราะคุณใช้คนเก่งไม่เป็น ​ #บริหารคน ​ #SMEไทย ​ #ผู้นำ ​ #พัฒนาองค์กร
kiat.space

kiat.space

ถูกใจ 2 ครั้ง

⚠️ 10 นิสัยต้องห้าม
ที่ลด “มูลค่าของคุณ” ในที่ทำงาน
(💭 ทำไมบางคนทำงานเก่ง… แต่กลับไม่ค่อยได้โอกาสเติบโต?) เพราะ “ทักษะ” ทำให้คุณทำงานได้ แต่ นิสัยและทัศนคติ ทำให้คน “อยากร่วมงานกับคุณ” 📌เซฟโพสต์ไว้ → เตือนตัวเองทุกครั้งว่า นิสัยเล็ก ๆ กำลังสร้างอนาคตการทำงานของคุณ 📲แชร์ต่อ → เพื่อนร่วมงานบางคน อาจต้องเห็นโพสต์นี้เหมือนกัน 🔗กดติดตาม
เปลี่ยนฉันใน1%

เปลี่ยนฉันใน1%

ถูกใจ 230 ครั้ง

5 Soft Skills อัปค่าตัว 2 เท่าที่บริษัทแย่งตัว!
เบื่อไหม? ที่เห็นเพื่อนรุ่นเดียวกันค่าตัวพุ่งไปไกล แต่เรายังอยู่ที่เดิม 😩 ความลับที่คนทำงานสำเร็จไม่ค่อยบอกคือ "Hard Skills" หรือความเก่งในเนื้องาน มันพาคุณมาได้แค่จุดเริ่มต้น แต่ "Soft Skills" ต่างหากที่จะพาคุณไปสู่ระดับผู้บริหารและอัปค่าตัวได้ 2 เท่า! วันนี้ @Dailybeam สรุป 5 ท
Dailybeam

Dailybeam

ถูกใจ 7 ครั้ง

🌪 “งานเปลี่ยน แต่คนไม่พอ“
🌪 “งานเปลี่ยน แต่คนไม่พอ“ (เมื่อสงครามแย่งตัวคนเก่ง ปะทะโลกการทำงานที่ไม่เหมือนเดิม) เราอาจกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญที่สุดของโลกการทำงานในรอบหลายสิบปี ช่วงเวลาที่ทั้ง “งาน” และ “คนทำงาน” กำลังถูกนิยามใหม่พร้อมกัน ไม่ใช่เพียงเพราะ AI เริ่มเขียนโค้ดได้ ระบบอัตโนมัติเริ่มวิเคราะห
วันละเรื่องสองเรื่อง

วันละเรื่องสองเรื่อง

ถูกใจ 3 ครั้ง

ภาพอินโฟกราฟิกสรุป 10 จิตวิทยาล้วงใจคนจากหนังสือ 'อาวุธของผู้นำใต้เสียงเงียบในที่ทำงาน' โดยมีหัวข้อเช่น คำชมมีค่าดั่งเงินทอง, ความอิจฉาบ่อนทำลายทีม, ทฤษฎีเม่น, และความเชื่อใจพังทลายได้ในพริบตา พร้อมภาพประกอบแต่ละข้อ
📌 10 จิตวิทยาล้วงใจคน คุมคนให้อยู่หมัด
จากหนังสือ อาวุธของผู้นำใต้เสียงเงียบในที่ทำงาน 1. คำชมมีค่าดั่งเงินทอง งานวิจัยทางประสาทวิทยาศาสตร์ (fMRI) เผยว่า เมื่อเราได้รับคำชม สมองส่วน Striatum จะทำงานแบบเดียวกับตอนที่เราได้รับเงินเป๊ะๆ การใช้จิตวิทยาเรื่องนี้จึงเป็นอาวุธที่ช่วยขับเคลื่อนคนได้ 2. "ความอิจฉา" คือบ่อนทำลายทีม
ความสำเร็จ

ความสำเร็จ

ถูกใจ 18 ครั้ง

อินโฟกราฟิกอธิบายว่าทำไมทีมคนเก่งถึงไม่เวิร์ก โดยเน้นว่า Trust & Respect คือโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญกว่าเงินเดือน แสดงกับดักความคิด, วิทยาศาสตร์รองรับ (Psychological Safety), ขั้นตอนสร้างความเชื่อใจ และการวัดผลใหม่ที่เน้น Outcome มากกว่า Output
🏗️ เมื่อ ‘คนเก่ง’ รวมกันแล้วไม่เวิร์ก
🏗️ เมื่อ ‘คนเก่ง’ รวมกันแล้วไม่เวิร์ก ทำไม Trust และ Respect คือ ‘โครงสร้างพื้นฐาน’ ที่แพงกว่าเงินเดือน ในโลกธุรกิจยุคใหม่ เรามักติดกับดักทางความคิดที่ฟังดูสมเหตุสมผลมากว่า “ถ้าอยากได้ทีมที่ดี ก็แค่จ้างคนเก่งที่สุดมารวมตัวกัน” ประโยคนี้ฟังดูไม่ผิด และเป็นเหตุผลที่ผู้บริหารจำนวนไม่น้อยยอมท
วันละเรื่องสองเรื่อง

วันละเรื่องสองเรื่อง

ถูกใจ 0 ครั้ง

3 เหตุผลขององค์กรที่ Toxic
องค์กรที่ Toxic ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะมีคนแย่ แต่เพราะ "ปล่อยให้คนแย่เติบโต" บางครั้งคนที่ทำร้ายเราที่สุดไม่ใช่คู่แข่ง แต่เป็นคนในทีมเดียวกัน โดยเฉพาะ 3 ประเภทนี้ที่คุณต้องระวัง 1. คนที่เสียงดัง แต่ผลงานว่างเปล่า คนกลุ่มนี้อาจไม่เก่งเรื่องงาน แต่เก่งเรื่องสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองดูดี ชอบแย
HRตัวน้อย

HRตัวน้อย

ถูกใจ 8 ครั้ง

ภาพอธิบายการอ่านเกมคนในออฟฟิศ (Office politics awareness) คือความสามารถในการสังเกต วิเคราะห์ และเข้าใจความสัมพันธ์ อำนาจ ผลประโยชน์ และพฤติกรรมของผู้คนในที่ทำงาน เพื่อให้ทำงานได้อย่างปลอดภัย ราบรื่น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ภาพแสดงหลักการแกนกลางที่ต้องเข้าใจก่อนว่าออฟฟิศไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเหตุผลแต่ด้วยคน และการเมืองมีอยู่ทุกที่ การไม่รู้เกมทำให้เสียเปรียบ เป้าหมายคือเข้าใจเกมเพื่อป้องกันตัวและใช้ประโยชน์เชิงบวก
ภาพอธิบายอำนาจที่ซ่อนอยู่ในออฟฟิศ 2 ประเภทแรก ได้แก่ Power Holder (ผู้มีอำนาจตัดสินใจจริง) และ Connector (สะพานความสัมพันธ์) พร้อมวิธีสังเกตและคุณค่าของคนกลุ่มนี้
Office Politics 101: อ่านเกมคนในออฟฟิศให้ขาด
การอ่านเกมคนในออฟฟิศไม่ใช่เรื่องนินทา แต่มันคือ “เอาตัวรอด” นี่คือ Office Politics Awareness 101 ที่คนทำงานต้องรู้: • ดูพลังอำนาจในทีม ใครมีอิทธิพลจริง • ฟังให้เป็นว่าใครสนับสนุนใคร • แยกคนจริงใจกับคนลวงโลก • รู้เวลาเงียบ–เวลาเคลื่อนเกม อ่านเกมออก = ลดดราม่า + ทำงานลื่น + โดนเล่นยากขึ้นหลายเท
leeaonglee

leeaonglee

ถูกใจ 185 ครั้ง

ภาพแสดงนายจ้างในชุดสูทหันหลัง ถือมีดซ่อนไว้ด้านหลัง ขณะที่พนักงานสามคนยิ้มและพนมมืออยู่ด้านหน้า มีข้อความว่า '9 ลักษณะ นายจ้างยอดแย่ ลูกจ้างอยู่ด้วยแล้วอึดอัดใจ' และรูปโปรไฟล์ผู้เขียนมุมล่างขวา
9 นายจ้างยอดแย่
เรื่อง: 9 ลักษณะนายจ้างยอดแย่ ผมคน... กาฬสินธุ์ ✍️ลักษณะของนายจ้างยอดแย่ มีหลายแบบที่สามารถทำให้พนักงานรู้สึกหมดไฟ หมดใจ และสุดท้ายก็ลาออกได้ง่าย ๆ นี่คือสัญญาณที่พบบ่อยที่สุดจากหลายแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ. 🤦หลายคน ต้องจําใจสู้อดทนทุกข์ลำบากกาย ลำบากใจ เพราะทางเลือกน้อย เลยอยู่กับนายจ้างแบ
หนุ่ม เมืองน้ำดำ ヒロマサ 蓮

หนุ่ม เมืองน้ำดำ ヒロマサ 蓮

ถูกใจ 51 ครั้ง

5 soft skills เจ้านายชอบโตแรงแซงเพื่อน
👩‍🎓เรียนจบมาไม่มีใครสอน แต่เจ้านายต้องการมากที่สุด ​เคยมั้ยที่รู้สึกว่าทำไมเพื่อนร่วมงานบางคนดูเติบโตเร็วกว่าคนอื่น ทั้งที่ไม่ได้เก่งกว่าเลย? อาจเป็นเพราะพวกเขามี "Soft Skills" ที่แข็ง ทักษะที่ไม่มีสอนในมหาวิทยาลัย แต่เป็นสิ่งที่เจ้านายมองหาและต้องการมากที่สุด ​1️⃣. ทักษะการสื่อส
Livewealthylife

Livewealthylife

ถูกใจ 30 ครั้ง

🎭 จำลองบทบาท: “ผู้เชี่ยวชาญด้าน Soft Skills "
💬 อยากสื่อสารเก่ง คุมอารมณ์อยู่ เข้าใจตัวเองมากขึ้น? นี่คือ Prompt เด็ด ที่ใช้พัฒนา Soft Skills และ EQ ฝึกได้เองง่าย ๆ แค่คัดลอกแล้ววางในแชท AI ✅ 📌 มีแนวคิด เทคนิค แบบฝึก สอนทีละขั้น เข้าใจง่าย 📌 เหมาะกับคนที่อยากสื่อสารดีขึ้น เข้าใจอารมณ์ตัวเอง 📌 ใช้ซ้ำได้ทุกหัวข้อ ทั้งเรื่องการฟัง การพูด
Aeydum x Ai studio

Aeydum x Ai studio

ถูกใจ 10 ครั้ง

3 เหตุผลที่ไม่ถูกเรียกสักที
ไม่ได้จบใหม่ แต่ทำไม…ยังไม่ถูกเรียกสัมภาษณ์? อายุไม่ใช่น้อย ประสบการณ์ก็มี ผ่านงานมาแล้วหลายที่ แต่เรซูเม่ที่ส่งไป…กลับเงียบเหมือนเดิม 🥲 นี่คือเหตุผลที่เจอบ่อย จากมุมคนทำงาน + มุม HR 1️⃣ ประสบการณ์เยอะ แต่ไม่ “ตรงจุด” หลายคนใส่ทุกอย่างที่เคยทำ จนเรซูเม่แน่นไปหมด แต่ HR มองหาแค่ว่
HRBP wingspan

HRBP wingspan

ถูกใจ 140 ครั้ง

หัวหน้างานขายที่ดี... ไม่ได้มีหน้าที่แค่ด่า! ❌ ถ้าคุณแค่ด่าว่า "ทำไมทำยอดไม่ได้?" โดยไม่ "โชว์ความสามารถ" ลูกน้องก็จะไม่ฟัง 📌 เคล็ดลับหัวหน้างานขายที่มีประสิทธิภาพ: กลับไปรื้อฟื้น: ดึงสกิลการขาย/การแก้ปัญหาที่คุณเคยใช้สร้างยอดตอนเป็นเซลล์กลับมา โชว์เวทีใหญ่: ลงไปปิดการขายแทน หรื
โจ้ อรุณี

โจ้ อรุณี

ถูกใจ 1 ครั้ง

🛑 เช็กให้ชัวร์ก่อนสาย... คุณกำลังเป็น “หัวหน้าพิษ”?
🛑 เช็กให้ชัวร์ก่อนสาย... คุณกำลังเป็น “หัวหน้าพิษ” (Toxic Leaders) โดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า? เมื่อปัญหาไม่ได้อยู่ที่ Strategy แต่อยู่ที่ “คนที่ทีมต้องทำงานด้วยทุกวัน” และนั่นอาจกำลังทำให้องค์กรเสียคนเก่งไปโดยไม่รู้ตัว? ในโลกการทำงาน มีประโยคหนึ่งที่ผู้บริหารจำนวนมากเคยได้ยิน แต่ไม่ค่อยมีใครอยากเ
วันละเรื่องสองเรื่อง

วันละเรื่องสองเรื่อง

ถูกใจ 2 ครั้ง

“7 พฤติกรรมที่ Gen Z มองว่า TOXIC จนอยากเทงาน”
“7 พฤติกรรมที่ Gen Z มองว่า TOXIC จนอยากเทงาน” (และหลายคนเทไปแล้วแบบไม่บอกลาซะด้วยซ้ำ…) . ① พูดแต่ “ยุคเรา” ไม่เคยฟัง “ยุคนี้” คนรุ่นใหม่ไม่เกลียดคำสอน แต่เบื่อคำสั่งที่ไม่ฟังอะไรเลย เวลามีใครพูดว่า “สมัยพี่ยังต้อง…” แล้วตามด้วยอะไรที่ไม่ Make Sense ในวันนี้ Gen Z จะรู้ทันทีว่า เขาไม่ได้ถู
HRBP wingspan

HRBP wingspan

ถูกใจ 89 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม