ส่องเทรนด์ฮิตที่กำลังเป็นไวรัลใน ตต อเมริกา
"Underconsumption core" คือเทรนด์ทางสังคมและวัฒนธรรมที่กำลังได้รับความนิยม โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z และ Millennials) ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการ ท้าทายวัฒนธรรมบริโภคนิยม (consumerism) และการซื้อของมากเกินไป
คำนี้สามารถแบ่งความหมายได้ดังนี้:
• Underconsumption: การบริโภคที่น้อยลงกว่าปกติ
• Core: แกนหลัก, ศูนย์กลาง หรือหัวใจสำคัญ ซึ่งในบริบทของเทรนด์นี้ หมายถึง "แกนหล ักของแนวคิด" หรือ "สุนทรียภาพ" ที่เน้นการบริโภคอย่างพอเหมาะพอควร
แนวคิดหลักของ Underconsumption Core
1. ใช้ของที่มีอยู่ให้คุ้มค่า: แทนที่จะซื้อของใหม่ตามกระแส ผู้คนในเทรนด์นี้จะหันมาใช้สิ่งของที่ตัวเองมีอยู่แล้วให้หมด หรือใช้จนกว่าจะพัง เช่น ใช้สกินแคร์ที่มีอยู่จนหมดขวดก่อนที่จะซื้อใหม่ หรือนำเสื้อผ้าเก่ามาผสมผสาน (mix & match) เพื่อสร้างลุคใหม่ๆ
2. ซื้อเฉพาะที่จำเป็น: เมื่อต้องซื้อของใหม่ จะเลือกซื้อเฉพาะสิ่งของที่จำเป็นจริงๆ โดยพิจารณาจากคุณภาพ ความทนทาน และประโยชน์ใช้สอยในระยะยาว แทนที่จะซื้อตามอารมณ์หรือการตลาด
3. ปฏิเสธการวิ่งตามเทรนด์: เป็นการต่อต้านวัฒนธรรม "ของมันต้องมี" (unboxing culture) และการตลาดจากอินฟลูเอนเซอร์ที่กระตุ้นให้ผู้คนซื้อของตามกระแสอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
4. ความยั่งยืนและความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม: การบริโภคน้อยลงช่วยลดปริมาณขยะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากกระบวนการผลิตและการขนส่งสินค้า
5. การประหยัดค่าใช้จ่าย: โดยตรงแล้ว การลดการซื้อของที่ไม่จำเป็นจะช่วยให้มีเงินเหลือเก็บมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้น
กล่าวโดยสรุป Underconsumption core ไม่ใช่แค่การประหยัดเงิน แต่เป็นแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับการมีสติในการบริโภค การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และการตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งของที่ตัวเองมีอยู่ แทนที่จะแสวงหาความสุขจากการซื้อสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา
ถ้าชอบบทความของเรา สาวๆให้กำลังใจกันด้วยนะคะ🥰Good Mood ต่อขนตานครปฐม
เทรนด์ Underconsumption Core ที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z และ Millennials ในสหรัฐอเมริกาไม่ได้เพียงเป็นเรื่องของการประหยัดเงินเท่านั้น แต่ยังสะท้อนทัศนคติใหม่ที่เน้นการบริโภคอย่างมีสติและระมัดระวัง ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว คนรุ่นใหม่ในเทรนด์นี้นิยมผสมผสานเสื้อผ้าเก่าหรือใช้ซ้ำในรูปแบบต่างๆ เพื่อสร้างสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์และลดการซื้อมากเกินไป นอกจากนี้ยังยอมรับว่าการเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและทนทานเป็นสิ่งสำคัญกว่าการซื้อสินค้าตามกระแสหรือโปรโมชั่นต่างๆ ซึ่งช่วยลดขยะและทรัพยากรที่ถูกใช้ไปโดยไม่จำเป็น ด้วยการปฏิเสธวัฒนธรรม unboxing culture และการทำตลาดจากอินฟลูเอนเซอร์ที่กระตุ้นการจับจ่ายอย่างไม่มีสิ้นสุด เทรนด์นี้ยังส่งเสริมให้ผู้คนคิดใหม่เกี่ยวกับความสุขที่แท้จริง โดยไม่จำเป็นต้องมาจากการซื้อของใหม่ๆ เสมอไป สิ่งนี้สร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมและการเงินอย่างลึกซึ้ง รวมถึงเป็นการตอบรับกับสภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างชาญฉลาด จากภาพสะท้อนในสายตาคนรุ่นใหม่ การลดบริโภคที่ไม่จำเป็นคือการเดินหน้าสู่วิถีชีวิตที่เรียบง่ายขึ้น ควบคู่ไปกับการดูแลโลกและสังคมด้วยวิธีที่สร้างสรรค์และมีความยั่งยืน มากกว่าการวิ่งตามเทรนด์หรือวัฒนธรรมการค้าที่ย้ำให้คนซื้ออย่างไม่คิด ดังนั้นการทำความเข้าใจและนำแนวคิด Underconsumption Core มาใช้ในชีวิตประจำวัน สามารถช่วยให้เราทุกคนมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตอย่างรับผิดชอบและเป็นมิตรกับโลกได้อย่างแท้จริง


