หลังใช้งานมา 200km
newbalance rebel v5
สนใจไปตำกันได้ใน bio
#ป้ายยากับlemon8 #ติดเทรนด์ #รองเท้าวิ่ง #runclub #รีวิวรองเท้า
หลังใช้งาน New Balance Rebel v5 ไปประมาณ 200 กม. ขอมาเล่าแบบคนใส่วิ่งจริง ๆ เผื่อใครกำลังหา “new balance rebel v5 รีวิว” หรือเล็งสี new balance rebel v5 black white / sage green อยู่ค่ะ ฟีลตอนใส่ครั้งแรกคือรองเท้าน้ำหนักเบา ใส่แล้วรู้สึกคล่องเท้า หน้าเท้าไม่อึดอัดเกินไป (แต่คนหน้าเท้ากว้างมาก ๆ แนะนำลองไซซ์ก่อน) พอเริ่มวิ่งจะได้ฟีล “นุ่มแต่เด้ง” มากกว่านุ่มยวบ คือมันช่วยส่งแรงกลับขึ้นมานิด ๆ ทำให้เพซไหลง่าย โดยเฉพาะวันที่ซ้อม tempo หรือ interval ระยะ 5–10K จะรู้สึกสนุกกว่ารองเท้าวิ่งสาย daily trainer ที่นุ่มหนา ๆ หลังผ่านระยะสะสม 200 กม. จุดที่ยังชอบคือความเด้งยังอยู่ดี พื้นชั้นกลางไม่ได้ยุบจนเสียทรงง่าย และรองเท้ายังตอบสนองไว เหมาะกับคนที่อยากได้คู่ซ้อมเร็ว/ซ้อมทำความเร็วแบบไม่ต้องเป็นรองเท้าแข่งจ๋า ๆ แต่ถ้าใครเน้นวิ่งช้า เก็บระยะยาวแบบ LSD อาจรู้สึกว่า Rebel v5 เฟิร์มกว่า “สายซัพพอร์ตหนา” และต้องใช้การคุมฟอร์มเท้านิดนึง โดยเฉพาะคนที่ลงส้นหนัก ๆ ความกระชับ: ส่วนบนล็อกเท้าดีระดับหนึ่ง แต่แนะนำผูกเชือกให้แน่นพอดี (ไม่รัดเกิน) เพราะคู่นี้เหมาะกับความกระชับเพื่อคุมเท้าตอนเร่งเพซ ถ้าวิ่งแล้วรู้สึกส้นหลวม ลองผูกแบบ runner’s loop จะช่วยได้มาก การยึดเกาะ/พื้นถนน: ใช้บนถนนทั่วไปโอเค เข้าโค้งทำได้ดี แต่ถ้าพื้นเปียกมาก ๆ แนะนำระวังเพิ่มนิดนึงเหมือนรองเท้าวิ่งถนนส่วนใหญ่ ทิปเลือกสี: - Black/White: ใส่ซ้อมง่าย เข้ากับชุดวิ่งทุกสี เลอะยาก เหมาะกับคนใช้เป็นคู่หลัก - Sage Green: สีมีเอกลักษณ์ ใส่แล้วเด่น ถ่ายรูปสวย แต่ต้องดูแลคราบมากกว่าเล็กน้อย ส่วนคำค้นแนว “toyota vs new balance / mercedes vs new balance / lexus vs new balance” ที่เจอบนกูเกิล ถ้าเทียบแบบภาษาคนวิ่ง เรามองว่า Rebel v5 เป็นแนว “ขับสนุก คล่องตัว” มากกว่ารองเท้านุ่มหนาแบบนั่งสบาย เน้นความสนุกในการซ้อมและความไวของจังหวะเท้า สรุปหลัง 200 กม.: เหมาะมากกับคนที่อยากได้รองเท้าวิ่งเบา เด้ง ใส่ซ้อมเร็ว/ซ้อมทำเวลาได้ แต่ยังใส่วิ่ง everyday ได้บ้าง ถ้าเน้นซัพพอร์ตจัด ๆ หรือวิ่งช้าอย่างเดียว อาจลองรุ่นที่นุ่มหนากว่านี้เทียบกันก่อนค่ะ
























