ปั้นพอร์ตจากติดกลับมากำไรด้วยวิธีนี้

1.มองโครงสร้างก่อน (Market Structure)

จากภาพจะเห็นว่าโครงสร้างหลักก่อนหน้าเป็นขาลง แต่ตอนนี้ราคาทำ Higher Low (HL) และเริ่มเบรกเส้นแนวโน้มลงเก่า → สัญญาณเปลี่ยนโครงสร้างระยะสั้นเป็นขาขึ้น (Bullish shift)

2. วาดเส้น Perfect Trendline

ลากจาก Low หลัก (จุดที่ราคาดีดขึ้นแรง) → ผ่าน HL ล่าสุดเส้นนี้จะเป็น แนวรับเฉียงหลัก รอราคา “กลับมาทดสอบเส้นนี้” แล้วค่อยหาจังหวะ Buy ตามแนวรับเฉียง

3. Zone ที่ควรรอเข้า Buy (ICT Entry)

•ดูได้จากแนวคิด Fair Value Gap (FVG) หรือ Order Block (OB)

•หลังเบรกโครงสร้างขึ้น ราคามักกลับลงมา “ปิดช่องว่าง FVG” หรือ “แตะ OB เดิม” ก่อนขึ้นต่อ

ให้รอราคากลับมาที่บริเวณ 3320–3330 (ประมาณเส้น Buy 0.1 ในภาพ) ซึ่งเป็นจุด OB/FVG เดิม

•ถ้าราคากลับมาแล้วเริ่มดีดจากตรงนั้น พร้อมแท่งเทียนแสดง Rejection → Buy ได้เลย

4. จุดเข้า–จุดออก (Entry / TP / SL)

Entry: เมื่อราคากลับมาทดสอบ Trendline + OB/FVG แล้วเกิดแท่งยืนยัน (Bullish Engulfing หรือ Rejection Wick)

SL:ต่ำกว่า Low เดิมเล็กน้อย เช่น 3315 (300จุด)

TP: แบ่งเป็น 2 จุด

TP1: 3349 (Liquidity zone หรือ High ก่อนหน้า)

TP2: 3360 (เส้นแนวต้านบนสุดในภาพ — จุด Sweep Liquidity)

ผมถือชนข่าวด้วยครับเลยทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นไปได้อีกจนกว่าจะถึงแนวต้านที่แข็งแรง ประมาณ 3367

#เทรดกับแว่น #forexมือใหม่ #เทรดเดอร์ #ความรู้ #การเงินการลงทุน

2025/10/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเมื่อพูดถึงการปั้นพอร์ตจากติดลบกลับมาทำกำไร สิ่งสำคัญที่นักลงทุนมือใหม่และมืออาชีพควรให้ความสนใจ คือการเข้าใจโครงสร้างของตลาด (Market Structure) และการตั้งจังหวะการซื้อขายที่เหมาะสม การมองภาพรวมโครงสร้างตลาดช่วยให้เราเข้าใจว่าราคากำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น (Bullish) หรือขาลง (Bearish) อย่างไร ซึ่งในกรณีนี้ราคามีการทำ Higher Low (HL) และเบรกเส้นแนวโน้มลงเก่า จึงสื่อถึงสัญญาณการเปลี่ยนแปลงขาขึ้นในระยะสั้น การใช้เส้นแนวโน้ม (Trendline) ที่ลากจาก Low หลักผ่านจุด HL ล่าสุดนั้น ช่วยสร้างแนวรับที่แข็งแรง โดยเส้นนี้จะเป็นตัวบอกจุดที่ราคาจะกลับมาทดสอบและหาจังหวะเข้าซื้อ การรอ “กลับมาทดสอบเส้นนี้” จึงเป็นเทคนิคหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการเข้าเร็วเกินไป ในส่วนของ Zone เข้า Buy หรือ ICT Entry การใช้แนวคิด Fair Value Gap (FVG) และ Order Block (OB) นั้นช่วยให้เรารู้จุดที่ราคามักจะกลับมาปิดช่องว่างหรือแตะแนวรับเดิมก่อนที่จะพุ่งขึ้นต่อ บริเวณราคา 3320–3330 เป็นจุดสำคัญที่ควรรอพิจารณา หากราคากลับมาและเกิดแท่งเทียนแสดงสัญญาณ Rejection หรือ Bullish Engulfing ก็ถือเป็นสัญญาณซื้อที่น่าเชื่อถือ การตั้งจุดเข้าออก (Entry / TP / SL) อย่างชัดเจนถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยการตั้งจุด Stop Loss ไว้ต่ำกว่า Low เดิมเล็กน้อย เช่น 3315 จะช่วยจำกัดการขาดทุน ส่วนจุด Take Profit แบ่งออกเป็นสองช่วง คือ TP1 ที่บริเวณ 3349 ซึ่งเป็น Liquidity Zone หรือ High เดิม และ TP2 ที่ประมาณ 3360 ซึ่งเป็นเส้นแนวต้านบนสุด การแบ่ง Take Profit แบบนี้ช่วยบริหารความเสี่ยงและล็อกกำไรได้เป็นยอด นอกจากเทคนิคการวิเคราะห์กราฟแล้ว การติดตามเหตุการณ์ข่าวสารต่าง ๆ ก็มีส่วนสำคัญ เพราะเหตุการณ์สำคัญสามารถทำให้ราคาพุ่งขึ้นหรือลงอย่างรวดเร็วเหมือนที่เห็นราคาวิ่งขึ้นไปถึง 3367 จากข่าวที่แรงขึ้น สรุปคือ การปั้นพอร์ตกลับจากติดลบไม่ใช่เรื่องยากหากเรามีระบบการวิเคราะห์กราฟและการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดี ควรให้ความสำคัญกับการวางแผนล่วงหน้าและมีวินัย โดยเฉพาะการรอจังหวะเข้า-ออกที่เหมาะสม รวมถึงการใช้เครื่องมือทางเทคนิคเช่น Trendline, OB และ FVG ที่ถูกต้อง จะช่วยเพิ่มโอกาสสร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย

ค้นหา ·
เริ่มต้นสร้างพอร์ตเงินง่ายๆ

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Seven
Seven

สนใจ