ญี่ปุ่นเริ่มปรับกฎและมาตรการหลายด้าน เพื่อรับมือกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น พร้อมพัฒนาระบบการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้หลายเรื่องจะไม่ได้ทำให้การเข้าประเทศยากขึ้น แต่ก็อาจทำให้มีค่าใช้จ่ายและขั้นตอนที่เปลี่ยนไป
#เที่ยวญี่ปุ่น2569
#ญี่ปุ่นอัปเดต
#JapanTravel
#เที่ยวญี่ปุ่น
#HyperlifeWorld
แหล่งอ้างอิง (หน่วยงานและแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้)
* Japan National Tourism Organization (JNTO)
* Immigration Services Agency of Japan
* JR Central – กฎกระเป๋า Oversized Baggage บน Shinkansen
* กระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น / จังหวัดยามานาชิ และชิซูโอกะ – มาตรการขึ้นภูเขาไฟฟูจิ
* Japan Tax Agency – การปรับระบบ Tax Free
* Fragomen – การปรับค่าธรรมเนียมวีซ่าญี่ปุ่น
* ICAO / IATA และข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน – การพกพา Power Bank และแบตเตอรี่ลิเธียม
หลังจากที่ญี่ปุ่นประกาศเปลี่ยนแปลงกฎการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 การเตรียมตัวและเข้าใจข้อกำหนดใหม่ๆ เป็นสิ่งสำคัญมากโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างเราๆ
หนึ่งในเรื่องหลักที่เห็นได้ชัดคือการปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมวีซ่า ซึ่ง Single Entry ปรับจาก 3,000 เยนเป็น 15,000 เยน และ Multiple Entry จาก 6,000 เยนเป็น 30,000 เยน แม้จะดูเหมือนเพิ่มมาก แต่คนไทยที่ท่องเที่ยวไม่เกิน 15 วันจะยังสามารถยกเว้นวีซ่าตามเดิม จึงควรวางแผนเที่ยวและขอวีซ่าให้เหมาะสมกับระยะเวลาการเดินทาง
นอกจากนี้ ระบบ Tax Free ของญี่ปุ่นจะมีการเปลี่ยนแปลงในหลายเมืองใหญ่ เช่น เกียวโต ฮอกไกโด ฮิโรชิมา ต้องชำระ VAT ก่อนและค่อยขอคืนภาษีเมื่อออกจากประเทศ ซึ่งแตกต่างจากเดิมที่ขอคืนภาษีทันที การเก็บใบเสร็จรวมทั้งค่าใช้จ่ายที่พักอย่างละเอียดจึงจำเป็นอย่างยิ่ง และต้องเผื่อเวลาทำเรื่องคืนภาษีที่สนามบินด้วย
ส่วนกระเป๋า Oversized บนรถไฟชินคันเซ็นนั้นหากมีขนาดเกิน 160 ซม. ต้องจองที่นั่งล่วงหน้าและเสียค่าธรรมเนียมราว 4,000 เยน ถ้าไม่จองอาจถูกปรับเพิ่มอีก 1,000 เยน สายการบินและผู้เดินทางควรตรวจสอบกฎระเบียบล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สะดวก ทั้งนี้ยังมีมาตรการจำกัดจำนวนผู้ขึ้นภูเขาไฟฟูจิ เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมและความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ควรวางแผนการขึ้นเขาให้เหมาะสม
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการพกพา Power Bank และแบตเตอรี่ลิเธียมบนเครื่องบิน ได้รับการกำหนดมาตรฐานตาม ICAO และ IATA การลงทะเบียนผ่าน Visit Japan Web ยังไม่ถูกบังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2569 แต่แนะนำให้มีการเตรียมเอกสารและปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด
โดยรวม การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะท้อนถึงความพยายามของทางการญี่ปุ่นในการจัดการปัญหา Overtourism และการพัฒนาระบบการท่องเที่ยวให้ยั่งยืนขึ้น สำหรับนักท่องเที่ยวไทย ควรติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน และวางแผนการเดินทางดีๆ เพื่อให้ทริปญี่ปุ่นในครึ่งปีหลัง 2569 เป็นประสบการณ์ที่ประทับใจและราบรื่นมากที่สุด