Automatically translated.View original post

Mission mizumi

5/6 Edited to

... Read moreหลังจากได้ลอง “Mizumi Filter Cushion SPF50+ PA++++” เบอร์ 02 Custard (4g) แบบพกพา สิ่งที่ชอบคือคอนเซ็ปต์ฟิลเตอร์เบลอผิวมันเห็นภาพชัดมาก โดยเฉพาะวันที่อยากได้งานผิวเนียนๆ แต่ไม่อยากลงรองพื้นหนักๆ ตัวนี้ให้ฟินิชที่ดูเรียบขึ้นทันที เหมือนผิวถูกปรับให้สมูทขึ้นแบบธรรมชาติ (แนวๆ เบลอรูขุมขน/ผิวดูเนียนสุด) แล้วงานผิวยังดูสบาย ไม่หนาโบ๊ะ โทนสี 02 Custard สำหรับเราเป็นโทนที่ค่อนข้าง “กลาง-สว่าง” ออกเหลืองนิดๆ เวลาแตะบางๆ จะไม่ลอยง่าย เหมาะกับวันที่อยากให้หน้าดูไบรท์ขึ้นเล็กน้อย แต่ถ้าใครผิวเข้มมากอาจต้องเทสก่อน เพราะคุชชั่นเนื้อแนบผิว ถ้าโทนไม่พอดีจะเห็นความต่างตรงกรอบหน้าได้ง่าย ทริคที่ทำให้ฟิลเตอร์เบลอผิวออกมาสวย: 1) ลงสกินแคร์ให้พอดี แล้วรอให้เซ็ตตัวก่อนค่อยลงคุชชั่น (ถ้าหน้ามันๆ ลงหนาอาจตกร่อง) 2) กดพัฟเบาๆ ทีละชั้น เริ่มจากกลางหน้าแล้วค่อยๆ เกลี่ยออกด้านข้าง จะได้งานผิวที่ “บางเบา” แต่ยังปิดรอยได้ 3) จุดที่อยากปกปิดเพิ่ม เช่น รอยสิว/รอยแดง ให้แต้มซ้ำเป็นชั้นบางๆ แทนการโบกทีเดียว จะเนียนกว่า เรื่องการปกปิด เราว่าทำได้ระดับกลางๆ เน้น “กลบรอย + เบลอผิว” มากกว่าปิดสนิทแบบรองพื้นสายแน่น รอยแดงจางๆ และรอยเล็กๆ เอาอยู่ แต่ถ้ารอยสิวเข้มมากอาจต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วย แล้วค่อยกดคุชชั่นทับเบาๆ ระหว่างวัน (ประมาณหลายชั่วโมง) งานผิวยังดูโอเค ไม่ค่อยดรอปแบบหน้าหมองทันที จุดที่มันจะเห็นชัดคือบริเวณทีโซนถ้าเราเจออากาศร้อนหรืออยู่คาเฟ่นานๆ แนะนำพกแป้งฝุ่นโปร่งแสงหรือกระดาษซับมันไว้ซับก่อน แล้วค่อยกดคุชชั่นซ้ำบางๆ จะกลับมาสวยเหมือนเดิม และยังได้ลุค “หน้าฉ่ำ” แบบพอดีๆ อีกข้อที่ชอบคือมีกันแดด SPF50+ PA++++ ทำให้วันเร่งๆ ที่อยากแต่งหน้าไวๆ คือจบในขั้นเดียว แต่ส่วนตัวเรายังทากันแดดแยกบางๆ ก่อนอยู่ดีเพื่อความสบายใจ แล้วค่อยตามด้วยคุชชั่น สรุปสั้นๆ: ถ้าใครกำลังหา Mizumi Filter Cushion SPF50+ PA++++ เบอร์ 02 Custard (4g) ที่ให้ผิวดูเนียนเบลอเหมือนใส่ฟิลเตอร์ เนื้อเบาสบาย พกง่าย ใช้เติมระหว่างวันได้ ตัวนี้เป็นตัวที่หยิบใช้บ่อยมาก โดยเฉพาะวันอยากได้งานผิวสวยแบบไม่ต้องพยายาม