รีวิวเที่ยว osaka คนเดียว 3 วัน 2 คืน จริงๆแล้วถ้าคนยังไม่เคยไปมาก่อนจะไม่แนะนำเพราะเวลาน้อย และจะได้เที่ยวไม่ครบ แต่เราไปรอบ 2 ก็เลยไม่ได้ตามเก็บอะไรมาก ได้เจอซากุระ เปลี่ยนบรรยากาศรีบๆ เป็นเดินแบบเรื่อยๆ ไม่มีแพลน อากาศดีเมืองสวย
day1 ไปถึงก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรมาก ออกมาเช็คอินป้ายกูลิโกะ ช้อปปิ้งของที่เราอยากได้ไว้ก่อนเลย จะได้ไม่เสียเวลาวันหลังๆๆ
day2 อันนี้แพลนได้เองได้เอง แต่เราไม่มีอะไรให้ไปแล้วก็เลยไปเที่ยวในเมือง แวะไปซื้อของที่ห้างแถง umeda แล้วก็กลับมาเที่ยวแถวโรงแรมต่อ ทุกร้านต่อคิวหมดดดด 😖
day3 วันนี้เช็คเอ้าท์ 10:00 แหนะ เราฝากกระเป๋าไว้แล้วหาเดินเล่นใกล้ที่พักกก มีย่าน america mura แหล่งรวมคนเท่ ใครสายสตรีทก็แวะได้เลย เเถวที่พักเรามีครงทุกอย่าง ห้าง แลรนด์ต่างร้านขายยา ดองกี้อีก 3 สาขา สบายมากกกกกก เเนะนำ
ข้อแนะนำ ❗️
1.ใครไปครั้งแรก หาวิธีการเดินทางเข้าที่พักก่อนเลยค่ะ เดินไม่เป็นให้เดินๆตามเขาไปพยายามอ่านป้าย
2.พักโรงแรมกลางเมือง เพราะทุกอย่างกระจุกกันอยู่ที่เดียว
3.เดินทางไม่ยาก อ่านสายแยกสายให้ออก แมพใน gg ค่อนข้างตรง
4.ถ้ารู้ว่าไม่เเม่นทางให้ไปสนามบินสัก 3-4 ชม เพราะบางทีได้อีกเทอมินอลนึง
💰ค่าใช้จ่าย: งบ 30,000 บาท (ค่าตั๋ว,ค่าเดินทาง,ค่ากิน,ประกัน,ซิม)
#เที่ยวosaka #รีวิวosaka #ติดเทรนด์ #รีวิวที่พักโอซาก้า #lemon8ไดอารี่
การเที่ยวโอซาก้าคนเดียวในระยะเวลา 3 วัน 2 คืน เป็นประสบการณ์ที่สนุกและท้าทายไม่น้อยสำหรับผู้ที่ชอบความเป็นอิสระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่เคยไปครั้งที่สองแล้ว ทำให้การเดินทางดูผ่อนคลายและมีเวลาเพลิดเพลินกับบรรยากาศมากขึ้น ในโอซาก้า สิ่งสำคัญคือการเลือกที่พักที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมือง เพราะจะช่วยประหยัดเวลาการเดินทางไปยังจุดท่องเที่ยวหลัก เช่น ใกล้กับกูลิโกะ แถวชินไซบาชิ หรือย่าน America Mura ที่เต็มไปด้วยร้านค้า คาเฟ่ และแฟชั่นสตรีทที่ทันสมัย ถือเป็นจุดที่คู่ควรแก่การมาเยือนของสายชิลและสายช้อปปิ้ง สำหรับการเดินทาง แนะนำให้ศึกษาวิธีและเส้นทางล่วงหน้าผ่าน Google Maps เพราะแม้ว่าระบบขนส่งสาธารณะที่โอซาก้าจะได้รับการพัฒนามาอย่างดี แต่สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับญี่ปุ่น อาจรู้สึกสับสน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีต้องเปลี่ยนเทอร์มินัลสนามบิน การเผื่อเวลาไว้ล่วงหน้าประมาณ 3-4 ชั่วโมงจึงเป็นความคิดที่ดี ส่วนเรื่องอาหารการกิน โอซาก้ามีชื่อเสียงเรื่องราเมงและอาหารญี่ปุ่นท้องถิ่น การลิ้มลองอาหารร้อนๆ ในวันที่อากาศหนาวเย็น เช่น ราเมงที่ร้านในชินไซบาชิ จะช่วยเติมพลังและเพิ่มความอบอุ่นระหว่างการเดินทาง การใช้จ่ายงบประมาณ 30,000 บาทสำหรับทริปนี้ถือว่าคุมได้ดี ครอบคลุมค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าเดินทางในเมือง อาหาร ประกันการเดินทาง และซิมการ์ดสำหรับใช้งานอินเทอร์เน็ต โดยการวางแผนล่วงหน้าและเลือกที่พักใกล้แหล่งท่องเที่ยวจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางลงได้มาก สุดท้ายนี้ อยากจะแนะนำให้ผู้ที่กำลังวางแผนเที่ยวโอซาก้าแบบไปคนเดียว ให้ลองวางแผนแบบไม่เคร่งเครียดมากนัก เปิดโอกาสให้ตัวเองได้ลองสัมผัสบรรยากาศเมืองที่สวยงามและวัฒนธรรมที่หลากหลายด้วยใจที่เปิดกว้าง จะช่วยให้ทริปนี้เต็มไปด้วยประสบการณ์และความทรงจำที่ดีไม่รู้ลืม






เริ่ดเลยล่ะ❤️❤️