ข้อควรรู้ก่อนไปทำงานเรือสำราญ
- ต้องมีประสบการณ์ทำงานในสายงานนั้นๆ มาก่อนอย่างน้อย 1–2 ปี เช่น ถ้าสมัครแผนกอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) ควรมีประสบการณ์จากโรงแรม 4-5 ดาว หรือร้านอาหารชั้นนำ 🏨
- ภาษาอังกฤษต้องสามารถสื่อสาร โต้ตอบ และเข้าใจภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันและการทำงานได้ ถ้าได้ภาษาที่สามจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ 🗣️
- ควรเตรียมเงินสำรองสำหรับทำเอกสารส่วนตัว เช่น Passport, Seaman book, Visa และใบรับรองต่างๆ ขั้นต่ำ 10,000 บาท (บางเอกสารสามารถเบิกคืนย้อนหลังได้) 💰
- งานเรือได้เงินเยอะจริง แต่! ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ยิ่งตำแหน่งขึ้นเรื่อยๆ เงินก็ยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ (ถ้าไม่ช้อปจนหมด) 💵
- ทำงานทุกวันไม่มีวันหยุด!!!!! อันนี้เหนื่อยจริง เตือนไว้ก่อน เดินเยอะมากแม่😭
- ได้เที่ยวรอบโลกจริง แต่เวลาลงไปเที่ยวอาจจะน้อย ตามเวลาเบรคที่ได้ ต้องเลือกว่าจะเที่ยวหรือจะนอน 😴
- แล้วเนื่องจากเวลาเบรคไม่ได้เยอะ อาจจะโดนจำกัดเรื่องระยะทางการเที่ยวด้วยต้องเผื่อเวลาดีๆ⏳
- เรื่องเจ็บป่วยไม่ต้องห่วง บนเรือมี Medical center ถ้าบนเรือรักษาไม่ได้ก็จะส่งไปรักษาข้างนอก ฟรี🏥
- เตรียมใจมาเจอวัฒนธรรมใหม่ๆด้วย มีทั้งดีและไม่ดี โดยเฉพาะRoommate ถ้าเจอroommateดีคือแต้มบุญสูงมาก (แชร์ห้องพัก2-4คน)
- อาหารไม่ค่อยถูกปาก เน็ตไม่ค่อยดี(แอบแพง)🤦🏻♀️
- วันที่เหนื่อยท ี่สุดของชาวลูกเรือคือวัน Turn around เป็นวันที่แขกเก่าลง ต้อนรับแขกใหม่ขึ้น ต้องทำทุกอย่างให้ใหม่สะอาดดูดีที่สุด 😵
#ทำงานบนเรือสำราญ #งานเรือสำราญ #ทำงานเรือสำราญ #เรือสำราญ #ชีวิตลูกเรือ
การทำงานบนเรือสำราญนั้นนอกจากเงินเดือนที่สูงกว่าทำงานในบกตามตำแหน่งงานแล้ว ยังเป็นโอกาสดีในการเปิดโลกทัศน์และสัมผัสวัฒนธรรมต่างชาติจริง ๆ ซึ่งส่วนตัวเคยได้ยินจากเพื่อนที่เคยทำงานบนเรือว่าความท้าทายไม่ได้มีแค่เรื่องงาน แต่รวมถึงการปรับตัวกับเพื่อนร่วมงานที่มาจากหลากหลายประเทศ ซึ่งบางครั้งอาจต้องแบ่งปันห้องพัก 2-4 คน ทำให้ต้องมีความอดทนและยืดหยุ่นสูง นอกจากนี้ การพักผ่อนบนเรือสำราญเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนอย่างดี เพราะเวลาพักเบรคสั้น ทำให้บางครั้งต้องเลือกว่าจะเดินเที่ยวหรือพักผ่อนเพื่อเก็บแรงสำหรับวันถัดไป ซึ่งยิ่งต้องมีการจัดการเวลาที่ลื่นไหลเพื่อให้ไม่เสียโอกาสไป นอกจากนี้ เรื่องอาหารบนเรือก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ควรเตรียมใจ ถ้าคนที่ชอบอาหารรสชาติบ้านเรา อาจจะต้องเผื่อใจ เพราะอาหารบนเรืออาจไม่ถูกปากเสมอ เรื่องที่ขาดไม่ได้คือการเตรียมเงินสำรองขั้นต่ำ 10,000 บาทสำหรับการทำเอกสารสำคัญ เช่น พาสปอร์ต หนังสือเรือ และวีซ่า ซึ่งจะช่วยให้การสมัครงานและดำเนินการต่าง ๆ ราบรื่นมากขึ้น โดยบางอย่างยังสามารถเบิกคืนได้ภายหลัง เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ควรฝึกทักษะภาษาอังกฤษให้คล่องทั้งการพูดและฟัง รวมถึงหากสามารถใช้ภาษาที่สามได้ จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ ช่วยเปิดโอกาสในการก้าวหน้าในตำแหน่งงานและรายได้ที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สุดท้าย การรักษาสุขภาพก็เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ บนเรือมีศูนย์แพทย์ให้บริการ และถ้าอาการไม่ดีขึ้น ก็จะถูกส่งไปรักษาข้างนอกโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกเรือได้มากทีเดียว ถ้าคุณเป็นคนที่พร้อมรับมือกับความท้าทายและชอบความตื่นเต้น ผมแนะนำว่าการทำงานบนเรือสำราญนั้นจะเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ และเป็นโอกาสสร้างรายได้พร้อมทั้งเปิดโลกทัศน์ให้กับตัวเองอย่างแท้จริง


