ยกเลิกเสียภาษีเป็นไปได้
: วัฏจักรภาษีไทย และการแสวงหาโมเดล “รัฐค่าธรรมเนียม”
๑. ภาษีตามวัฏจักรชีวิตคนไทย: ตั้งแต่เกิดจนตาย และหลังความตาย
ระบบภาษีไทยผูกพันกับบุคคลผ่านการบริโภคและการมีรายได้ ดังนี้:
ช่วงแรกเกิด - วัยเรียน: แม้ยังไม่มีรายได้ แต่ต้องเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) แฝงอยู่ในค่านม ผ้าอ้อม และอุปกรณ์การเรียน
ช่วงวัยทำงาน:
ภาษีเงินได้บุคคลธร รมดา: เมื่อมีรายได้ถึงเกณฑ์
ภาษีทางอ้อม: ภาษีสรรพสามิต (น้ำมัน, เครื่องดื่ม, รถยนต์), ภาษีศุลกากร (สินค้าส่งออก-นำเข้า)
ช่วงสะสมความมั่งคั่ง: ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (เสียทุกปีหากเป็นเจ้าของทรัพย์สิน)
หลังความตาย:
ภาษีมรดก (Inheritance Tax): หากมูลค่ามรดกเกิน 100 ล้านบาท (สำหรับทายาท)
ภาษีการรับให้ (Gift Tax): กรณีโอนทรัพย์สินให้ก่อนตายเกินวงเงินที่กำหนด
๒. การเลิกเก็บภาษีแล้วเรียกเก็บ “ค่าบริการ” แทน: เป็นไปได้หรือไม่?
ในทางทฤษฎีเรียกว่าโมเดล “Fee-based State” หรือ “User-Pays Principal” (ใครใช้คนนั้นจ่าย)
***แหล่งรายได้ทดแทนสำหรับประเทศไทย หากเลิกเก็บภาษี***
หากไทยจะเดินหน้าสู่ระบบนี้ อาจพิจารณาแหล่งรายได้ใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ Smart City และ Innovative Agribusiness ดังนี้:
ค่าภาคหลวงจากทรัพยากรใหม่: เช่น แร่ลิเธียมสำหรับแบตเตอรี่ EV หรือการให้สัมปทานการใช้คลื่นความถี่ระดับสูง
รายได้จากการลงทุนภาครัฐ (State-Owned Investment): การตั้งกองทุนมั่งคั่งที่เน้นลงทุนใน “หุ้นเทคโนโลยีโลก” หรือ “Smart Factory” ทั่วโลก
ภาษีสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนเครดิต: เปลี่ยนจากภาษีเงินได้ เป็นการเก็บค่าปรับจากผู้ที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ
ค่าธรรมเนียมสัมปทานการค้าดิจิทัล: การเก็บค่าธรรมเนียมจากแพลตฟอร์มต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจในไทยโดยตรง (Digital Service Fee)
*****หากรัฐบาลนี้บอกว่าเป็นไปไม่ได้ ลองไปปรึกษา ดร.ยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ พรรคเพื่อไทย ดูว่าโมเดลนี้สามารถทำได้หรือไม่
ขอแสดงความนับถือ
Noom^^idea 🇹🇭









