ให้คะแนน รองพื้นงานผิว⭐️
ถ้าให้พูดแบบคนผิวผสมที่เจอทั้ง “มันช่วงทีโซน + แห้งลอกบางจุด” บ่อยๆ การเลือก “รองพื้นยี่ห้อไหนดี” ไม่ได้จบแค่คำว่าแมตต์หรือโกลว์ แต่ต้องดู 4 อย่างนี้ก่อน จะช่วยให้ได้งานผิวที่ติดทนและไม่ไหลระหว่างวันค่ะ 1) เลือกรองพื้นตามฟินิชที่ผิวผสมรอดจริง - อยากได้คุมมัน: เลือกแนว soft matte / lumi matte จะคุมมันแต่ยังดูเป็นผิว ไม่แห้งโป๊ะ (เหมาะมากเวลาถ่ายรูป) - อยากได้งานผิวสุขภาพดี: เลือกแนว natural / luminous แต่ต้องเซ็ตเฉพาะทีโซน ไม่งั้นบ่ายๆ มีโอกาสเยิ้ม 2) “ปกปิดดี” แต่ไม่ตกร่อง ต้องดูเนื้อและวิธีลง หลายคนตามหาครีมรองพื้นปกปิดดี แต่ถ้าลงหนาเกินไปจะเป็นคราบง่าย โดยเฉพาะร่องแก้ม/ข้างจมูก วิธีที่เวิร์กกับผิวผสมคือ “ลงบาง 2 รอบ” - รอบแรก: เกลี่ยบางๆ ให้เสมอผิว - รอบสอง: แต้มเฉพาะจุดที่ต้องการปกปิด (รอยสิว/ใต้ตา) ทริคเล็กๆ: ใช้ฟองน้ำชุบน้ำบิดหมาดกดๆ จะได้งานผิวเนียนกว่าใช้มือ 3) อยากให้รองพื้นติดทนทั้งวัน ทำขั้นตอนก่อนลงให้ถูก - มอยส์เจอร์ไรเซอร์: ทาบางๆ เน้นแก้ม/มุมปากที่แห้ง - ไพรเมอร์: ทีโซนใช้สูตรคุมมัน ส่วนแก้มใช้ไพรเมอร์เพิ่มความชุ่มชื้นหรือข้ามไปได้ถ้ารองพื้นชุ่มอยู่แล้ว - กันแดด: รอให้เซ็ตตัวก่อนลงรองพื้นอย่างน้อย 3-5 นาที ลดคราบเป็นก้อน 4) เซ็ตแป้งแบบไม่ทำให้ดูหนา คนผิวผสมหลายคนแพ้การ “โบกแป้งทั่วหน้า” เพราะจะทำให้แก้มแห้งและตกร่องง่าย แนะนำ - ใช้แป้งฝุ่นโปร่งแสงเซ็ตเฉพาะทีโซน - แก้มใช้วิธี “แตะนิดเดียว” หรือใช้สเปรย์ล็อกเมคอัพแทนแป้งหนักๆ ถ้ากำลังมองหารองพื้นราคาถูกและดี ให้ใช้หลักเดียวกันนี้เลือกค่ะ: ดูฟินิชที่เหมาะกับผิวผสม + เนื้อไม่หนาเกิน + ลงบางเป็นชั้นๆ จะช่วยให้ได้งานผิวสวยใกล้เคาน์เตอร์แบรนด์เลย ส่วนใครสนใจสายเคาน์เตอร์/ไฮเอนด์อย่าง Laura Mercier, Clinique, Dior, Bobbi Brown หรือ Haus Labs แนะนำให้ไปลองเฉดที่เคาน์เตอร์ แล้วจดสีที่เข้ากับคอไว้ จะลดพลาดเรื่องหน้าเทา/หน้าลอยได้มากค่ะ










































รองพื้นเจ้านาง Glass Skin Foundation ยิ่งถ้าใช้กับแป้ง Jung Saem Mool Pro-Lasting Finsh Power คือ สุดจิงๆฮะ