สีดอบูม

เปิดชีวิต “สีดอบูม” ช้างลากไม้รุ่นสุดท้าย ชะตาผูกโซ่กลางป่า เจ้าของยอมรับรักแต่ดูแลไม่ไหว

แพร่ – จากคลิปไวรัลช้างถูกล่ามโซ่กลางสวนป่าไผ่ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ ล่าสุดทีมข่าวได้พูดคุยกับเจ้าของ “สีดอบูม” หรือ “น้องบูม” ช้างวัยเกือบ 50 ปี เพื่อเปิดอีกมุมชีวิตที่สะท้อนความจริงของคนเลี้ยงช้างในยุคที่อาชีพลากไม้กำลังเลือนหาย

“สีดอบูม” เป็นช้างเพศผู้ที่มีชื่อระบุในตั๋วรูปพรรณช้างว่า “สีดอ” ซึ่งเป็นชื่อทางทะเบียนติดมากับเล่มประจำตัว โดยประวัติเดิมไม่แน่ชัด ทราบเพียงว่าเคยทำงานลากไม้เป็นหลักในหลายพื้นที่ ในพื้นที่อำเภอท่าสองยางจังหวัดตาก และ อำเภองาว จังหวัดลำปาง ก่อนจะมาอยู่กับ “พี่ชัย” ชาว จ.แพร่ เมื่อราว 10 ปีก่อน

พี่ชัยเล่าว่า พบ “น้องบูม” ครั้งแรกในพื้นที่ อ.งาว จ.ลำปาง ระหว่างทำงานเกี่ยวกับไม้ ก่อนตัดสินใจซื้อมาในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เพื่อนำมาทำงานลากไม้ในพื้นที่ อ.ร้องกวาง จ.แพร่ และใกล้เคียงใน จ.น่าน

ปัจจุบัน “น้องบูม” อายุประมาณ 48-49 ปี เป็นช้างนิสัยเชื่อง ไม่ดุ เข้าถึงง่าย แต่ชีวิตกลับพลิกผันเมื่อพี่ชัยมีปัญหาสุขภาพหัวเข่า ไม่สามารถทำงานร่วมกับช้างได้เหมือนเดิม ต้องจ้างคนอื่นมาดูแลแทน

“ ผมจ้างคนมาทำงานและดูแลช้างแทน ช่วงหลังผมเห็นว่าน้องผอมลง การดูแลไม่ทั่วถึง เลยตัดสินใจหยุดงานลากไม้มา 5-6 เดือนแล้ว” พี่ชัยกล่าว

อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดด้านพื้นที่และทรัพยากร ทำให้ต้องล่ามโซ่ยาวประมาณ 30 เมตร ปล่อยให้หากินในป่าลึก และเข้าไปให้น้ำให้อาหารเป็นครั้งคราว เนื่องจากพื้นที่ใกล้ชุมชนได้รับผลกระทบจากไฟป่า แหล่งอาหารตามธรรมชาติลดลงอย่างมาก

เจ้าของยอมรับตรงไปตรงมาว่า แม้จะรักช้างเหมือนครอบครัว แต่สภาพปัจจุบันอาจไม่ใช่ชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับ “น้องบูม” อีกต่อไป

“ผมซื้อมา ผมก็รักเขา แต่จะให้เขาอยู่อย่างนี้ มันก็คงไม่สบายเท่าไหร่” พี่ชัยยอมรับ

อีกหนึ่งความกังวลคือช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ “น้องบูม” อาจเข้าสู่ภาวะตกมัน ซึ่งต้องใช้การดูแลอย่างใกล้ชิด หากยังหาทางออกไม่ได้ เจ้าของเผยว่าอาจจำเป็นต้องส่งไปทำงานลากไม้ยางพาราในพื้นที่ภาคใต้ตามคำแนะนำของคนรู้จัก

ทั้งนี้ “น้องบูม” ถือเป็นหนึ่งในช้างลากไม้ไม่กี่เชือกที่ยังหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ อ.ร้องกวาง จ.แพร่ เนื่องจากช้างจำนวนมากถูกขายออกไปตามการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมป่าไม้

เรื่องราวของ “สีดอบูม” สะท้อนความจริงอีกด้านของคนเลี้ยงช้างไทย ที่ต้องเผชิญทั้งภาระค่าใช้จ่าย พื้นที่จำกัด และการเปลี่ยนแปลงของอาชีพดั้งเดิม จากภาพดราม่าที่หลายคนเห็น อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิตที่ทั้ง “คน” และ “ช้าง” ต่างต้องดิ้นรนไปพร้อมกัน

ท่ามกลางกระแสสังคมที่ตั้งคำถามต่อสวัสดิภาพสัตว์ เสียงจากเจ้าของในครั้งนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นให้หลายฝ่ายหันมามองหาทางออกร่วมกัน เพื่อให้ช้างไทยมีชีวิตที่เหมาะสมมากกว่าการอยู่ “ปลายโซ่” เพียงลำพัง

4/27 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมประสบการณ์การดูแลช้างลากไม้ในช่วงนี้ทำให้ผมเห็นชัดเจนว่า "สีดอบูม" ไม่ใช่แค่ช้างตัวหนึ่ง แต่เป็นสัญลักษณ์ของอดีตอาชีพลากไม้ที่กำลังจะหมดไป ทุกครั้งที่ผมเข้าไปเยี่ยมและให้อาหารน้องบูมในป่าลึกที่ถูกล่ามโซ่ ผมไม่สามารถไม่รู้สึกถึงความโดดเดี่ยวและจำกัดเสรีภาพของเขา แม้จะเป็นพื้นที่ป่าไผ่ที่อุดมสมบูรณ์ แต่มันก็ไม่เหมือนกับชีวิตเสรีในอดีต นอกจากปัญหาพื้นที่ที่จำกัดและแหล่งอาหารธรรมชาติที่ลดลงจากไฟป่าแล้ว ภาวะสุขภาพของน้องบูมก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การดูแลต้องพิถีพิถันมากขึ้น ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่น้องอาจเข้าสู่ภาวะตกมัน เป็นช่วงเวลาที่ต้องระวังอย่างยิ่ง หากขาดการดูแลใกล้ชิดอาจเกิดข้อขัดแย้งหรืออันตรายได้ นอกจากนี้ ปัญหาสุขภาพของเจ้าของ ซึ่งไม่สามารถทำงานร่วมกับช้างได้เหมือนเดิม ยังสะท้อนถึงความยากลำบากในการดูแลสัตว์ใหญ่ในปัจจุบัน การจ้างคนมาช่วยดูแลไม่สามารถแทนความรักและเอาใจใส่ที่มีต่อน้องบูมได้อย่างเต็มที่ ผมเชื่อว่าการเล่าเรื่องของสีดอบูมนี้ เป็นตัวแทนของช้างลากไม้ไทยจำนวนหนึ่งที่ยังคงมีชีวิตอยู่ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคมและอุตสาหกรรมป่าไม้ เราควรมองหาวิธีเปิดพื้นที่ปลอดภัยที่เหมาะสมให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีและสุขภาพดี รวมถึงร่วมมือกันคิดค้นแผนดูแลระยะยาวที่ไม่ใช่แค่การผูกโซ่ แต่ให้ความรักและความเคารพอย่างแท้จริง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของช้างไทยแท้จริงในยุคสมัยนี้

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ lemon2388362624
lemon2388362624

แล้วมีคนช่วยน้องหรือยังคะ