Automatically translated.View original post

I don't want to see it, but I don't want to cut it off. DROP?

If you want to cut out the non-used data but don't want to touch the original, try the Drop formula.

Formula pattern

DROP (arrays, rows, [columns])

array = data range required to cut

rows = number of rows to cut (+ from top, - from bottom)

columns = number of columns to cut (no put = no cut)

# Excel # DROP # DynamicArray # ExcelTips # Excel 30 seconds

6/21 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์การใช้สูตร DROP ใน Excel ผมพบว่าสูตรนี้เป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพมากในการจัดการข้อมูลที่ไม่ได้ต้องการโดยไม่กระทบข้อมูลต้นฉบับ ความยืดหยุ่นของสูตร DROP ที่สามารถกำหนดได้ว่าอยากตัดแถวหรือคอลัมน์กี่แถวตั้งแต่ด้านบนหรือล่าง ทำให้เหมาะกับการกรองข้อมูลที่ซับซ้อน เช่น การลบ header ซ้ำหรือตัดข้อมูลส่วนท้ายที่ไม่จำเป็น ตัวอย่างที่ผมชอบใช้คือเมื่อต้องการทำรายงานจากตารางสินค้าที่มีข้อมูลจำนวนมาก แล้วอยากแค่ข้อมูลส่วนที่ใหม่ล่าสุดโดยไม่ต้องแก้ไขตารางต้นฉบับ ผมจะใช้ DROP เพื่อตัดแถวเก่าทิ้งก่อน แล้วค่อยใช้สูตร SORT เพื่อจัดเรียงข้อมูลตามราคาหรือวันที่ได้ทันที สิ่งที่ต้องระวังคือ การใส่ค่า rows เป็นบวกหรือลบเพื่อเลือกตัดแถวจากบนหรือล่าง ต้องเข้าใจให้ถูกต้อง หากใส่ผิดอาจได้ข้อมูลที่ไม่ตรงตามต้องการ และถ้าต้องการตัดแค่คอลัมน์ ต้องกำหนดพารามิเตอร์ columns อย่างเหมาะสม เช่น DROP(A1:E10, 0, 2) จะตัดคอลัมน์ 2 คอลัมน์ทางขวาทิ้งโดยไม่ตัดแถว นอกจากนี้ DROP ยังทำงานร่วมกับสูตร Dynamic Array ใหม่ๆ เช่น FILTER และ TAKE ได้ดี ผมเคยใช้สูตรร่วมในการคัดกรองข้อมูลเฉพาะกลุ่มสินค้า เมื่อใช้ DROP ตัด header แถวแรกแล้วใช้ FILTER คัดเฉพาะสินค้าที่คงเหลือมากกว่า 10 ชิ้น ทำให้การจัดเตรียมข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์หรือส่งรายงานสะดวกและรวดเร็วขึ้นมากเลยทีเดียว ดังนั้นสำหรับใครที่อยากตัดข้อมูลที่ไม่ต้องการออกแบบไม่กระทบต้นฉบับ DROP ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจและง่ายๆ ที่ผมแนะนำให้ลองใช้ดูครับ