ไม่อยากเห็น แต่ไม่อยากตัดขาด.. DROP ไหม?
ถ้าอยากตัดข้อมูลส่วนที่ไม่ใช้ออก แต่ไม่อยากแตะต้นฉบับ ลองใช้สูตร Drop
รูปแบบสูตร
DROP(array, rows, [columns])
array = ช่วงข้อมูลที่ต้องการตัด
rows = จำนวนแถวที่จะตัด (+ จากบน, - จากล่าง)
columns = จำนวนคอลัมน์ที่จะตัด (ไม่ใส่ = ไม่ตัด)
จากประสบการณ์การใช้สูตร DROP ใน Excel ผมพบว่าสูตรนี้เป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพมากในการจัดการข้อมูลที่ไม่ได้ต้องการโดยไม่กระทบข้อมูลต้นฉบับ ความยืดหยุ่นของสูตร DROP ที่สามารถกำหนดได้ว่าอยากตัดแถวหรือคอลัมน์กี่แถวตั้งแต่ด้านบนหรือล่าง ทำให้เหมาะกับการกรองข้อมูลที่ซับซ้อน เช่น การลบ header ซ้ำหรือตัดข้อมูลส่วนท้ายที่ไม่จำเป็น ตัวอย่างที่ผมชอบใช้คือเมื่อต้องการทำรายงานจากตารางสินค้าที่มีข้อมูลจำนวนมาก แล้วอยากแค่ข้อมูลส่วนที่ใหม่ล่าสุดโดยไม่ต้องแก้ไขตารางต้นฉบับ ผมจะใช้ DROP เพื่อตัดแถวเก่าทิ้งก่อน แล้วค่อยใช้สูตร SORT เพื่อจัดเรียงข้อมูลตามราคาหรือวันที่ได้ทันที สิ่งที่ต้องระวังคือ การใส่ค่า rows เป็นบวกหรือลบเพื่อเลือกตัดแถวจากบนหรือล่าง ต้องเข้าใจให้ถูกต้อง หากใส่ผิดอาจได้ข้อมูลที่ไม่ตรงตามต้องการ และถ้าต้องการตัดแค่คอลัมน์ ต้องกำหนดพารามิเตอร์ columns อย่างเหมาะสม เช่น DROP(A1:E10, 0, 2) จะตัดคอลัมน์ 2 คอลัมน์ทางขวาทิ้งโดยไม่ตัดแถว นอกจากนี้ DROP ยังทำงานร่วมกับสูตร Dynamic Array ใหม่ๆ เช่น FILTER และ TAKE ได้ดี ผมเคยใช้สูตรร่วมในการคัดกรองข้อมูลเฉพาะกลุ่มสินค้า เมื่อใช้ DROP ตัด header แถวแรกแล้วใช้ FILTER คัดเฉพาะสินค้าที่คงเหลือมากกว่า 10 ชิ้น ทำให้การจัดเตรียมข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์หรือส่งรายงานสะดวกและรวดเร็วขึ้นมากเลยทีเดียว ดังนั้นสำหรับใครที่อยากตัดข้อมูลที่ไม่ต้องการออกแบบไม่กระทบต้นฉบับ DROP ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจและง่ายๆ ที่ผมแนะนำให้ลองใช้ดูครับ







