Automatically translated.View original post

5 Risky behavior makes your children speak slowly

1️⃣ to look at the screen too much.

Children do not practice listening-response. The language brain is less stimulated → should be time-limited.

2️⃣. Lack of retaliatory talk.

Do not talk or do not answer the child's voice. Make the child not learn vocabulary → Talk to the child often.

3️⃣. Quiet parenting.

Silent House, No Speech or Song, Children Lack Language Archetype → Turn on Music, Tell Tales

4️⃣ know everything.

Hurry up and respond without waiting for you to tell. Kids don't talk → Wait for you to send a signal before you help.

5️⃣ Lack of language stimulation play

Do not play for children to speak-listen, diminish learning opportunities → Role play, read tales

✨ click to follow. Mom. There are a lot of good things about the little guy to share.

# You don't talk # What do you say slowly? # Raising positive children ♪ Mom needs to know # Raising children

2025/9/13 Edited to

... Read moreจากที่อ่าน/คุยกับคุณแม่หลายบ้าน เรื่อง “ลูกพูดช้า” มักไม่ได้เกิดจากเด็กไม่เก่งอย่างเดียว แต่เกิดจาก “พฤติกรรมเสี่ยง” เล็ก ๆ ในบ้านที่ทำซ้ำทุกวันแบบไม่รู้ตัวค่ะ เลยอยากเสริมเป็นแนวทางเช็กตัวเอง + วิธีปรับให้เห็นภาพชัดขึ้น (ทำได้จริง ไม่ต้องอุปกรณ์เยอะ) 1) ถ้าเลี่ยงจอไม่ได้ ให้เปลี่ยนเป็น “ดูร่วมกัน” บางบ้านต้องใช้จอช่วยจริง ๆ (เช่น ทำกับข้าว/ทำงานบ้าน) แทนที่จะเปิดให้ดูเงียบ ๆ ลองนั่งดูด้วย 5–10 นาทีแล้ว “พากย์” ให้ลูกฟัง เช่น “น้องหมากำลังกิน… อร่อยไหม” หรือ “รถสีแดงวิ่งเร็ว” แล้วเว้นจังหวะให้ลูกทำเสียง/ชี้/พูดตาม การดูแบบมีปฏิสัมพันธ์จะกระตุ้นภาษาได้มากกว่าเปิดทิ้งไว้ค่ะ 2) ฝึกคุยโต้ตอบด้วยเทคนิค “พูดสั้น-รอ-ขยายคำ” เวลาลูกส่งเสียงหรือพูดคำเดียว ให้เราตอบทันทีแต่ไม่ยาวเกิน เช่น ลูกพูด “นม” เราตอบ “เอานมใช่ไหม… นมอร่อย” แล้ว “รอ” 3–5 วินาทีให้เขาลองออกเสียงเพิ่มเอง หลายครั้งเด็กต้องการเวลาเรียบเรียงคำ ถ้าเรารีบพูดแทนตลอด ลูกจะไม่จำเป็นต้องพูดค่ะ 3) บ้านเงียบไป ลองเติม “เสียงภาษา” ที่มีความหมาย ไม่ใช่แค่เปิดเพลงอย่างเดียว แต่ให้มีการคุยระหว่างทำกิจวัตร เช่น อาบน้ำ แต่งตัว กินข้าว ใช้ประโยคเดิมซ้ำ ๆ ให้เด็กคุ้น เช่น “ถอดเสื้อค่ะ… ใส่เสื้อค่ะ” “ตักข้าว… เคี้ยว… กลืน” การซ้ำแบบนี้ช่วยให้เด็กจับคำศัพท์และโครงสร้างประโยคได้เร็วขึ้น 4) ระวังพฤติกรรม “รู้ใจลูกไปทุกอย่าง” แบบไม่ตั้งใจ อันนี้เจอบ่อยมาก โดยเฉพาะบ้านที่ผู้ใหญ่หลายคนช่วยกันเลี้ยง เด็กชี้ปุ๊บได้ปั๊บ ลองปรับเป็นให้ “เลือก/ขอ” ก่อน เช่น ถือของ 2 อย่างแล้วถาม “เอาน้ำหรือเอานม” หรือทำท่าจะหยิบให้แล้วหยุดรอ ให้ลูกทำเสียง/พูด/พยักหน้า แล้วค่อยให้ รางวัลคือได้ของที่ต้องการ เด็กจะเริ่มเห็นคุณค่าของการสื่อสารค่ะ 5) เพิ่มการเล่นกระตุ้นภาษาแบบง่าย ๆ วันละ 10 นาที ไม่ต้องเล่นของเล่นแพง ๆ ก็ได้ ลองเล่นบทบาทสมมติ “ทำกับข้าว” “ขายของ” “หมอ-คนไข้” แล้วใช้คำซ้ำ ๆ เช่น “หั่น-ผัด-ตัก” “เจ็บ-เป่า-หาย” หรืออ่านนิทานเล่มเดิมซ้ำก็ยังดี เพราะเด็กจะเริ่มจำคำและเดาคำต่อได้เอง ทริคเล็ก ๆ ที่ช่วยมาก: ลดคำถามที่ตอบยาก เปลี่ยนเป็นคำถามเลือกตอบ แทนที่จะถาม “วันนี้สนุกไหม” (เด็กเล็กตอบยาก) ให้ถาม “สนุกหรือเหนื่อย” “อยากเล่นบอลหรือเล่นบล็อก” เด็กจะตอบได้ง่ายขึ้นและกล้าพูดมากขึ้นค่ะ ถ้าลองปรับพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้แล้ว 2–3 เดือนยังไม่คืบหน้า หรือมีสัญญาณอย่างไม่สบตา ไม่หันตามเสียง ไม่พยายามสื่อสารเลย แนะนำปรึกษากุมารแพทย์/นักแก้ไขการพูดเพื่อประเมินเพิ่มเติมนะคะ