自動翻訳されています。元の投稿を表示する

意志の強い子供、怒鳴り、体を捨てる...悪い習慣または単なる発達。

💡、どうしてそんなに圧倒的なの?

この年齢だから。。。

1️⃣、彼は「自己」と「自己ニーズ」があることに気づき始めました。

したい、したい、自分で選びたい-でもまだ話すことも感情をコントロールすることもできない

気に入らないときは、代わりに「体と声」を使います。

2️⃣前頭葉は完全に発達していません。

その子供は、それがすべきでないことを知っているにもかかわらず、まだ「自分自身を止めることができない」。

3️⃣子どもたちは行動の結果から学びます。

時々それを歌うことができれば、脳は「これはうまくいく」と覚えているでしょう。

したがって、もう一度繰り返します

💖どのように対処するか(あなたの感情を理解し、発展させるのを助ける)

1️⃣強く叩いたり叱ったりしないでください。

まだ理由がわからないので、ますます混乱して怖くなるでしょう。

例えば、「静かで安定した声」を使ってください。

「怒ってもいいけど、投げないで。痛くなるよ。」

2️⃣境界線を明確に設定しますが、落ち着いてください。

今はおもちゃの時間ではありません。シャワーの後に遊ぶことができます。

3️⃣あなたの感情を安全に発散するのを助けます。

代わりに、枕を打ちます。ボールをそっと投げるか、投げる代わりに人形を抱きしめます。

4️⃣感情の名前を教えてください。

「お菓子をくれないから怒っているの?」

感情的な言葉を知っていると、子供はより速く「泣き声を代弁する」ようになります。

5️⃣自分の感情をコントロールできるようになるのを見てください。

私は物を置いて本当に良かったです。

褒め言葉は良い行動を強化します💗

🌷ご両親への簡単な要約です。

この年齢の子供たちは頑固でも圧倒的でもありませんが、「自分自身の感情を管理することを学んでいます。」

私たちの仕事は「急がず、禁止せず、理解すること」です。

私たちの愛と静けさで徐々に教えてください。💕

なぜなら、すべての子供は最初からいい子になりたくないからです。

しかし、強い心を持った子どもに成長するには、「理解のある大人」が必要です🌈

✨、あなたが何歳から始まる症状は、一緒に共有することができます

#あなたは一度だけ子供だから #ママは知るべき #子どもの発達 #赤ちゃんが曲がっている #子育て

2025/10/10 に編集しました

... もっと見るพฤติกรรมของลูกน้อยวัย 12-24 เดือนที่แสดงออกด้วยการโวยวาย ทิ้งตัว หรือปาของนั้น เป็นอาการที่พบบ่อยและถือเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการตามวัยที่เด็กกำลังเรียนรู้จะจัดการกับความรู้สึกและอารมณ์ของตนเอง ในช่วงนี้ เด็กเริ่มมีความรู้สึกมี "ตัวตน" รู้จักแยกความต้องการของตนเองและพยายามแสดงออกผ่านพฤติกรรมต่างๆ แต่เนื่องจากสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์อย่าง frontal lobe ยังไม่พัฒนาเต็มที่ เด็กจึงยังไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ดีเหมือนผู้ใหญ่ การแสดงออกด้วยเสียงดัง โวยวาย หรือการทิ้งตัว จึงเป็นวิธีที่เด็กเลือกใช้ในการสื่อสาร เมื่อความต้องการไม่เป็นไปตามที่เด็กหวัง นอกจากนั้น เด็กยังเรียนรู้จากผลลัพธ์ของพฤติกรรม หากร้องไห้หรือโวยวายแล้วได้รับความสนใจหรือสิ่งที่ต้องการ เด็กจะจดจำและใช้วิธีนี้ซ้ำไปเรื่อย ๆ สำหรับพ่อแม่และผู้ปกครอง วิธีรับมือที่เหมาะสม คือไม่ใช้การตีหรือดุด่าแรงๆ เพราะสิ่งนี้จะเพิ่มความสับสนให้กับเด็กและอาจส่งผลเสียทางจิตใจได้ ควรใช้เสียงที่นิ่งและมั่นคงแสดงความเข้าใจในอารมณ์ของเด็ก เช่น อนุญาตให้รู้สึกโกรธแต่ต้องไม่ทำร้ายสิ่งของหรือคนอื่น นอกจากนี้ควรตั้งขอบเขตให้ชัดเจนแต่ใจเย็น เช่นบอกให้เด็กรู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาของเล่น อีกทั้งควรส่งเสริมให้เด็กระบายอารมณ์ในทางที่ปลอดภัย เช่น ตีหมอน โยนลูกบอลเบาๆ หรือกอดตุ๊กตา การสอนชื่ออารมณ์ให้เด็กเข้าใจ เช่น ชื่อความโกรธ ความเศร้า จะช่วยให้เด็กสามารถสื่อสารความรู้สึกของตนเองได้ดีขึ้นและลดการใช้พฤติกรรมแบบโวยวายลง อีกทั้งคำชมเมื่อน้องควบคุมอารมณ์ได้ จะช่วยเสริมสร้างพฤติกรรมเชิงบวกซ้ำๆ จนกลายเป็นนิสัยที่ดีได้ในระยะยาว นอกจากนี้ ผู้ปกครองควรสังเกตพฤติกรรมและช่วงวัยของลูกว่าสามารถพัฒนาการได้เป็นไปตามเกณฑ์หรือไม่ หากพบว่าพฤติกรรมเกินขอบเขตหรือผิดปกติ อาจปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม โดยสรุป การที่ลูกเอาแต่ใจ โวยวาย ปาของ ทิ้งตัว ในวัยนี้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวหรือแสดงว่าน้องนิสัยไม่ดีแต่อย่างใด แต่เป็นสัญญาณของพัฒนาการตามวัยที่เด็กกำลังเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์และเข้าใจความรู้สึกตัวเอง ผู้ใหญ่ควรมีความเข้าใจ มีขอบเขตที่ชัดเจนและให้ความรักอย่างนิ่งสงบ เพื่อส่งเสริมให้เด็กเติบโตเป็นคนที่มีหัวใจเข้มแข็งตอบสนองต่อความท้าทายในชีวิตได้อย่างเหมาะสม