เผยความลับของน้ำตาลทรายและสารให้ความหวาน

​สวัสดีค่ะ เพื่อนๆทุกคน เมื่อเราเข้าสู่วงการดูแลตัวเองแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า "น้ำตาล" คือศัตรูเงียบที่น่ากลัวกว่าที่เราคิดไม่ได้อยากจะบู้บี้น้องนะ😆 วันนี้เรามีเหตุผลมาบอกกัน

​เรามักได้ยินว่ากินน้ำตาลแล้ว "อ้วน" แต่ในทางการแพทย์ ความเสียหายมันลึกซึ้งกว่านั้นค่ะ:

1.น้องคือ​ตัวแม่แห่งการอักเสบ (The Inflammation Trigger):

ทันทีที่เรากินน้ำตาลทรายเข้าสู่กระแสเลือด มันจะไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารอักเสบ (Pro-inflammatory cytokines) ออกมา การอักเสบเรื้อรังระดับต่ำๆ นี้แหละค่ะ คือต้นตอของสารพัดโรค NCDs ทั้งโรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็ง สำหรับสายสุขภาพอย่างเรา "การกินน้ำตาล = การจุดไฟเผาเซลล์ตัวเอง" ค่ะ

2.​เร่งแก่ด้วยปฏิกิริยา Glycation

ใครไม่อยากแก่ต้องฟังข้อนี้! เมื่อน้ำตาลในเลือดสูง มันจะไปจับตัวกับ "โปรตีน" ในร่างกาย (รวมถึงคอลลาเจนที่ผิวหน้าเราด้วย) เกิดเป็นสารเร่งแก่ที่เรียกว่า AGEs (Advanced Glycation End-products) ผลที่ได้คือ ผิวขาดความยืดหยุ่น เหี่ยวย่น และหลอดเลือดแข็งตัว

3.​ทำลายสมดุลลำไส้ (Gut Dysbiosis):

น้ำตาลคืออาหารโปรดของ "แบคทีเรียตัวร้าย" และ "เชื้อรา" ในลำไส้ เมื่อตัวร้ายโต แบคทีเรียตัวดีก็อยู่ไม่ได้ ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันตก ท้องอืดง่าย และอารมณ์แปรปรวน

แต่เมื่อบางเมนูถ้าไม่มีรสหวานเลยมันก็จะไม่ใช่ดังนั้นเลยต้องหาสารทดแทน โดยมีกฏคือต้องทำให้รู้สึกหวานแบบไม่กระตุ้นอินซูลิน

ทำไมต้องแคร์เรื่อง "อินซูลิน"?

1.อินซูลินจากตับอ่อนจะหลั่งออกมาเพื่อจับน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงาน ตราบใดที่อินซูลินยังหลั่งออกมา ร่างกายจะ "ปิดประตู" การดึงไขมันเก่าออกมาใช้ทันที (Fat Burning Mode: OFF) 🛑 ดังนั้นถ้าเรากินสารให้ความหวานที่ยังกระตุ้นอินซูลินอยู่ เราจะไม่มีวันผอมลงได้จริงค่ะ

2.​อินซูลินสูง = การอักเสบสูง:

การที่มีอินซูลินค้างอยู่ในเลือดนานๆ สัมพันธ์กับภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin Resistance) ซึ่งเป็นต้นตอของการอักเสบเรื้อรัง แก่เร็ว และโรค NCDs ค่ะ

>.<สารให้ความหวานมีหลายประเภทเราควรเลือกอย่างไร ขออธิบายเป็นกลุ่มแบบให้เป็น

คะแนนการกระตุ้นอินซูลิน (Glycemic Index - GI) นะคะ

1.​✅ กลุ่มไฟเขียว (GI = 0) -> ไม่กระตุ้นอินซูลิน

​กลุ่มนี้คือกินแล้วตับอ่อนได้พักผ่อนค่ะ

>หล่อฮังก้วย (Monk Fruit) 🏆 (อันนี้เราใช้อยู่)

>หญ้าหวาน (Stevia)(อันนี้ก็เคยใช้)

>อิริทริทอล (Erythritol)

2.​⚠️ กลุ่มกับดัก (GI สูงปรี๊ด) -> กระตุ้นอินซูลินหนักมาก (ยิ่งกว่าน้ำตาลทราย)

​กลุ่มนี้มักแอบแฝงมาในชื่อ "สารเติมเต็ม" (Bulking agent) ในซองสารให้ความหวาน ต้องระวังที่สุด! คือ คำว่า

1.​มอลโตเดกซ์ทริน (Maltodextrin) 💀

(GI = 85-105)​เทียบกับน้ำตาลทรายที่มี GI แค่ 65 ตัวนี้ร้ายกว่าอีกค่ะ! กินแล้วอินซูลินพุ่งกระฉูดทันที

2.​เดกซ์โทรส (Dextrose) 💀 (GI = 100)

"ถ้าเราอยากผอมและหน้าเด็ก สุขภาพดีแต่ เราจะกินหวาน กินได้แต่ไม่ควรไปกระตุ้นอินซูลิน ดังนั้นเวลาเลือกซื้อสารให้ความหวาน ให้ดูที่ส่วนประกอบเป็นหลักค่ะ

#ลดการอักเสบ #ความรู้ #สุขภาพดีกับlemon8 #HealthTips #40บวกไม่สะดวกแก่

2/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ของผู้อยู่ในวัย 40+ ที่เริ่มสนใจดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง เรื่องน้ำตาลและสารให้ความหวานเป็นประเด็นสำคัญที่ไม่ควรละเลย น้ำตาลทรายธรรมดานั้นไม่ใช่แค่ทำให้อ้วนเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นต้นตอของการอักเสบในร่างกายที่ทำให้เกิดโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น เบาหวานและโรคหัวใจ ซึ่งเชื่อว่าหลายคนยังไม่ทราบกันดี ผมพบว่าการที่น้ำตาลสูงในเลือดไปจับกับโปรตีนต่างๆ อย่างคอลลาเจนในผิว ทำให้ผิวหน้าหย่อนคล้อยและเหี่ยวย่นเร็วขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่วัย 40+ เราควรเลือกฟังคำแนะนำเรื่องอาหารที่ลดน้ำตาลและเลือกสารให้ความหวานที่เหมาะสม สารให้ความหวานธรรมชาติที่เป็นมิตรกับสุขภาพ เช่น หล่อฮังก้วย (Monk Fruit) หญ้าหวาน (Stevia) และอิริทริทอล (Erythritol) เป็นทางเลือกที่ดีเพราะไม่กระตุ้นอินซูลิน ช่วยให้ร่างกายอยู่ในโหมดเผาผลาญไขมันได้อย่างต่อเนื่อง ต่างจากสารเติมเต็มอย่างมอลโตเดกซ์ทรินหรือเดกซ์โทรสที่แม้จะให้ความหวานแต่เหมือนเติมเชื้อไฟให้ความอักเสบเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การเลือกใช้สารให้ความหวานที่กระตุ้นอินซูลินน้อย ยังช่วยรักษาสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ ซึ่งส่วนตัวผมพบว่า เมื่อดูแลเรื่องนี้แล้ว อาการท้องอืดและอารมณ์แปรปรวนก็ดีขึ้นตามไปด้วย ถือเป็นสิ่งที่น่าประทับใจสำหรับคนที่ต้องการดูแลสุขภาพระยะยาว สุดท้ายนี้สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากทำให้การดูแลสุขภาพมีประสิทธิภาพมากขึ้น แนะนำให้สังเกตส่วนผสมของสารให้ความหวานในอาหารแต่ละชนิด และตระหนักถึงผลกระทบของน้ำตาลทรายและสารเติมเต็มบางชนิด เพื่อให้เราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดต่อร่างกายและสามารถรักษาความอ่อนเยาว์ได้อย่างยั่งยืน

3 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Chotika SP
Chotika SP

อยากเริ่มปรับลดการทานหวาน ค่อยๆปรับ ควรเลือกสารทดแทนความหวานจากธรรมชาติ ตัวใหนค่ะ

ดูเพิ่มเติม(2)