Mark Pim scrub✨
หลังจากลองใช้ “สครับพะพิม” กับ “มาร์คพะพิม” อยู่พักนึง ขอมาสรุปให้แบบอ่านจบแล้วเลือกสูตรได้เลย เผื่อใครกำลังลังเลว่า สครับพะพิมแต่ละสูตรต่างกันยังไง สูตรไหนขายดีสุด และที่สำคัญคือใช้ยังไงให้ไม่ระคายเคืองค่ะ 1) สครับพะพิมแต่ละสูตรต่างกันยังไง? โดยรวมเนื้อสครับจะเป็นแนวสครับผิวหน้าละเอียดๆ ใช้ขัดเบาๆ แล้วล้างออก จุดที่ต่างคือ “กลิ่น/ความรู้สึกหลังล้าง” และความเหมาะกับสภาพผิว - มาร์คมะเขือเทศ (Tomato Mask): ส่วนตัวรู้สึกว่าหลังล้างผิวดูสดใสขึ้นแบบเร็ว เหมาะกับวันที่หน้าโทรมๆ หรือแต่งหน้าบ่อยๆ กลิ่นออกแนวสดชื่น ใช้แล้วผิวดูเนียนขึ้น - มาร์คมะขามน้ำผึ้ง (Tamarind Honey Mask): จะให้ฟีลนุ่มๆ ผิวดูชุ่มขึ้น เหมาะกับคนที่ผิวแห้งง่ายหรืออยากได้ความฉ่ำหลังล้าง กลิ่นหวานๆ ใช้วันผิวล้าแล้วรู้สึกปลอบผิวดี (ถ้ามีหลายสูตรในร้าน แนะนำดูสภาพผิวตัวเองเป็นหลักมากกว่าตามกระแสค่ะ) 2) สครับพะพิมใช้ยังไง (วิธีใช้ที่ไม่ทำร้ายผิว) - ล้างหน้าให้สะอาดก่อน แล้วซับให้หมาด (อย่าให้แห้งสนิท) - ตักสครับ/มาร์คพอประมาณ ทาให้ทั่วหน้า “เลี่ยงรอบดวงตาและมุมจมูก” - ถ้าเป็นสครับ: นวดวนเบามากๆ 20–30 วินาทีพอ เน้นเบาๆ ไม่ต้องถูแรง - ถ้าเป็นมาร์ค: โปะทิ้งไว้ประมาณ 5–10 นาที แล้วค่อยล้างออก - ล้างด้วยน้ำเปล่าให้หมด แล้วตามด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ความถี่ที่เราใช้: สครับสัปดาห์ละ 1–2 ครั้งก็พอ ถ้าผิวบาง/แพ้ง่ายเริ่มที่ 1 ครั้งก่อน ส่วนมาร์คอาจทำได้ 2–3 ครั้ง/สัปดาห์ตามผิว 3) สูตรไหนขายดีสุด/ควรเริ่มจากอะไร? จากที่เห็นคนพูดถึงบ่อยๆ จะเป็น “มาร์คมะเขือเทศ” เพราะสายหน้าใสชอบ แต่ถ้าผิวแห้งหรือกลัวแสบง่าย “มะขามน้ำผึ้ง” จะเป็นตัวเริ่มต้นที่เซฟกว่าในความรู้สึกเรา 4) ราคาเท่าไหร่? ส่วนใหญ่จะเป็นราคาหลักสิบ (แล้วแต่ร้าน/โปร) แนะนำเช็กราคาหน้าร้านหรือช่วงแฟลชเซล เพราะบางช่วงจะคุ้มมาก ซื้อเป็นเซ็ตจะถูกกว่า 5) ทริคเล็กๆ ก่อนใช้ (สำคัญมาก) - ลองเทสที่ท้องแขนหรือกรอบหน้าก่อน โดยเฉพาะคนผิวแพ้ง่าย - วันไหนมีสิวอักเสบเยอะ/ผิวลอก แนะนำงดสครับไปก่อน - หลังใช้ควรทากันแดดตอนเช้าเสมอ เพราะผิวอาจไวต่อแดดขึ้นเล็กน้อย หวังว่าช่วยให้เลือกสครับพะพิม/มาร์คหน้าพะพิมได้ง่ายขึ้นนะคะ ถ้าอยากให้ช่วยเทียบ “สูตรที่เหมาะกับผิวมัน/ผิวแห้ง/ผิวเป็นสิว” บอกสภาพผิวมาได้ เดี๋ยวสรุปให้แบบตรงๆ อีกทีค่ะ































































