Automatically translated.View original post

🔎 Orphan (Oh Fan, Hell Child)

The Orphan | Orfa, Hell Child (2009) / The Sequel (Orphan: First Kill) Tells Esther's Origin

10 / 10

Personal Review | The atmosphere is good. The storytelling keeps going, but it surprises the mood. The detective finds the information. When the mother in the first part slapped Esther, we felt that the mother was really real. And when Esther took off our teeth, we were shocked. I didn't think that the movie would be broken. It was the title of The Real Hell Child. It made us feel physically capable of deceiving people. The young face also made people believe.

Orphan is not entirely based on true stories, but similar events have inspired, especially the Barnett family case of Barbora Skrlová, from the Czech Republic, where an adult impersonated a 13-year-old girl to escape child abuse, which led people to believe that the movie was influenced by it, and the Barnett family case of adopting a carphan girl but allegedly abandoned both inspired a connection to the movie.

# Drug sign with lemon8

1/3 Edited to

... Read moreถ้าเสิร์ชคำว่า “เด็กนรก” ส่วนใหญ่คนมักหมายถึง Orphan (2009) เพราะคาแรกเตอร์ “เอสเธอร์” มันทำให้เราระแวงแบบแปลกๆ—หน้าตาดูใสๆ ใส่ชุดเดรสติดโบ แต่ความรู้สึกที่หนังส่งมาคือ “มีอะไรไม่ชอบมาพากล” ตลอดเวลา สำหรับเราเสน่ห์ของ Orphan คือความเป็นหนังระทึกขวัญที่ค่อยๆ ปล่อยข้อมูลให้คนดูเหมือนกำลังสืบเอง ไม่ได้เน้นตุ้งแช่พร่ำเพรื่อ แต่ใช้บรรยากาศและรายละเอียดเล็กๆ ให้เราเริ่มไม่ไว้ใจตัวละครทีละนิด เรื่องย่อแบบไม่สปอยล์: คู่สามีภรรยาที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์สูญเสีย ตัดสินใจรับเด็กผู้หญิงจากสถานเลี้ยงเด็กมาเป็นลูกบุญธรรม เด็กคนนั้นคือเอสเธอร์—ดูเรียบร้อย ฉลาดเกินวัย มีมารยาทและแต่งตัวสไตล์วินเทจนิดๆ แต่พอเข้าบ้านไป ทุกอย่างเริ่มมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นรอบตัวเธอ ความสัมพันธ์ในครอบครัวเริ่มตึง ความรู้สึก “บางคนเชื่อ บางคนไม่เชื่อ” คือแกนที่ทำให้หนังสนุกมาก เพราะมันทำให้คนดูหงุดหงิดแทนตัวละคร (และยิ่งอิน) จุดที่ทำให้หลายคนยกให้เป็น “เด็กนรก” คือหนังเล่นกับภาพลักษณ์ innocent-looking appearance ได้โหดมาก คือคนมักเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น—เด็กหน้าใส พูดจาดี ใส่ริบบิ้น ผูกโบว์—แต่หนังตั้งคำถามว่า ถ้าเราเชื่อแค่ภาพลักษณ์ เราอาจมองข้ามสัญญาณเตือนสำคัญ แล้วปล่อยให้อันตรายเข้ามาในบ้านเองก็ได้ ถ้าดูแล้วอยากต่อด้วย Orphan: First Kill ให้ฟีลคนละจังหวะนิดหน่อย แต่ช่วย “เติมที่มา” ของเอสเธอร์ ทำให้เราเข้าใจว่าทำไมเธอถึงเป็นแบบนั้น และทำไมวิธีเอาตัวรอด/การหลอกคนถึงแนบเนียน (สำหรับเราแนะนำให้ดูเรียงภาค จะได้อารมณ์พีคสุด) ทริคเล็กๆ ก่อนดู (กันคาดหวังผิด): - อย่าเปิดอ่านสปอยล์หรือคลิปเฉลยก่อน เพราะ Orphan สนุกตรงจุดหักมุม - ถ้าชอบแนวครอบครัวล่มสลาย + จิตวิทยา + ระทึกขวัญแบบค่อยๆ บีบ จะถูกใจมาก - ดูตอนกลางคืน/ใส่หูฟัง บรรยากาศจะหลอนขึ้น โดยเฉพาะซีนที่เอสเธอร์เริ่ม “ไม่เหมือนเด็กทั่วไป” โดยรวมสำหรับเรา Orphan เป็นหนังที่ทำให้จำชื่อ “เอสเธอร์” ไปนาน และคำว่าเด็กนรกไม่ได้มาเพราะแค่ความโหด แต่มาเพราะความ “น่าเชื่อถือ” ของความใสซื่อที่ซ่อนพิษไว้—ดูจบแล้วจะเข้าใจเลยว่าทำไมหลายคนช็อกเหมือนกัน