ชีวิตหลังโดยเลย์ออฟ 🙈
ดูชีวิตช่วงนึ้ หลังโดน Lay off มา 10 กว่าวัน
ช่วง “ลังเลย์” หรือเพิ่งโดนเลย์ออฟใหม่ๆ สำหรับเรา มันจะมีความรู้สึกแปลกมาก ตื่นมาแล้วสมองยังชินว่าเดี๋ยวต้องรีบเปิดโน้ตบุ๊ก แต่ความจริงคือ…ไม่มีงานทำ แล้วก็เผลอจะนอนต่อได้ (ก็มันว่างอ่ะ) ซึ่งถ้าปล่อยให้ไหลไปทั้งวันมันยิ่งเคว้ง เลยลองตั้ง “รูทีนฉุกเฉิน 7 วัน” ให้ตัวเองไว้แบบง่ายๆ เพื่อไม่ให้หลุดโฟกัสจนเกินไป 1) ตั้งเวลาตื่น + เป้าหมายเล็กๆ รายวัน เราไม่ตั้งเป้าใหญ่ทันที เพราะจะกดดันเกินไป แค่ 3 อย่างก็พอ เช่น ออกไปเดิน 20 นาที อัปเดตเรซูเม่ 1 หน้า และเช็กงาน/อีเมลวันละ 2 รอบ (เช้า-เย็น) ที่เหลือให้เป็นเวลาพักจริงๆ 2) อย่าลืม “ลงทะเบียนกรณีว่างงาน” เพื่อขอเงินชดเชย หลายคนลังเลย์แล้วลืมเรื่องนี้ ทั้งที่ช่วยพยุงค่าใช้จ่ายได้ แนะนำให้รีบเตรียมเอกสารพื้นฐานไว้ก่อน เช่น บัตรประชาชน/ข้อมูลบัญชีธนาคาร/เอกสารจากบริษัท (เช่นหนังสือเลิกจ้างหรือเอกสารยืนยันการสิ้นสุดการจ้างงาน) แล้วเข้าไปดูขั้นตอนในระบบที่เกี่ยวกับกรณีว่างงาน ซึ่งบางขั้นตอนจะเจอคำว่า Digital ID by DGA ด้วย (ทำตัวตนดิจิทัลเพื่อยืนยันตัวตน) พอทำครบแล้วค่อยติดตามสถานะเป็นระยะๆ จะได้ไม่พลาดรอบจ่าย 3) คุมค่าใช้จ่ายแบบไม่เครียดเกิน ตอนว่างงานเรายิ่งต้อง “ไม่เน้นช้อป (ต้องประหยัดเว้ย)” เราใช้วิธีแบ่งเงินเป็น 3 กอง: ค่าใช้จ่ายจำเป็น/ค่าหางาน (ค่าเดินทาง-อินเทอร์เน็ต)/เงินให้รางวัลตัวเองเล็กๆ จะได้ไม่รู้สึกอดจนพัง 4) ออกไปข้างนอกบ้างเพื่อรีเซ็ตหัว อยู่ห้องทั้งวันจะยิ่งฟุ้ง เราชอบไปเดินเล่นตากแอร์ที่หอศิลป์กรุงเทพฯ (BACC) เพราะเป็นที่เที่ยวแบบไม่ต้องเปลืองตังค์ ได้เปลี่ยนบรรยากาศ ดูงานศิลป์แล้วใจนิ่งขึ้น แถมได้ไอเดียกลับมาทำพอร์ต/งานครีเอทีฟต่อ 5) ใช้ช่วงว่าง “เติมสกิล” แบบจับต้องได้ ถ้าสายกราฟฟิก/ตัดต่อ ลองตั้งโจทย์เล็กๆ เช่น ทำงานตัวอย่าง 1 ชิ้นใน 2 วัน หรือทำคลิปสั้น 30 วินาทีวันเว้นวัน งานเล็กแต่สม่ำเสมอช่วยให้พอร์ตไม่หยุดนิ่ง และทำให้เรารู้สึกยังคุมชีวิตได้ สุดท้าย อยากบอกคนที่กำลังลังเลย์เหมือนกันว่า มันไม่ผิดที่เราจะพัก แต่ขอให้พักแบบมีทิศทางนิดนึงก็พอ ถ้าใครมีที่เที่ยวฟรี/ประหยัด หรือทริคขอเงินชดเชยว่างงานที่ทำแล้วเวิร์ก มาแชร์กันได้นะ เผื่อช่วยกันผ่านช่วงนี้ไปได้ง่ายขึ้น






























ว่างงานเมื่อต้นเดือนจนถึงตอนนี้