ท้องตอนแฟนไปสนามรบ 🥺🤰 !!

แฟนไปปราสาทตาควาย ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ปี 68

จำได้ว่าพอแฟนไปใกล้ถึง เขาไลน์มาบอกว่า

‘ เสียงปืนใหญ่ดังมาก ดังตลอดเลย ’

ช่วงนั้นไปช่วงที่การรบกันกำลังตึงเครียดมาก

ชาวบ้านเดือดร้อน ข่าวออกแต่ความเสียหายที่เกิดขึ้น

เราเองก็เป็นครั้งแรกที่เคยเห็นข่าวการรบกันที่รุนแรง

ก็เป็นห่วงเขามากๆ รอโทรศัพท์ส่งข่าวจากเขา

ซึ่งนับจากวันแรกกว่าจะได้รับสายผ่านไปเกือบอาทิตย์

เกือบอาทิตย์ที่ไม่รู้ว่ายังอยู่ดีมั้ย รู้แค่ถ้าตุยเดี๋ยวคงมีข่าว

ใช่ค่ะ มันน่ากลัวขนาดนั้นเลย น่ากลัวมาก (พิมพ์ตอนนี้ก็ยังขนลุก)

ทุกสายที่ได้รับ จะได้ยินเสียง ตุ้ม ตุ้ม ตุ้ม เป็นระยะ

คำถามที่เราจะถาม จะถามแค่ไม่กี่คำถาม เพราะรู้ว่าเขาเหนื่อย

‘ ได้กินข้าวบ้างมั้ย / ได้นอนบ้างมั้ย / ไม่บาดเจ็บใช่มั้ย ’

เพราะเราเชื่อว่าแฟนผ่านการฝึกมาตั้งแต่ตอนเรียน

เขาคงมีวิธีการเอาตัวรอด มีวิธีการจัดการปัญหาได้ดี

สิ่งที่เขาจะตอบมา แฟนจะพูดเสมอว่า

‘ สบายดี ไม่กลัวปืน ไม่กลัวระเบิด

กลัวแค่จะพาลูกน้องกลับไปได้ไม่ครบ อยากกลับบ้านให้ครบ ’

เป็นสิ่งที่ได้ยินแล้วรู้เลยว่า นางเกิดมาเพื่อเป็นทหารจริงๆ 🥹

ตอนแรกแฟนบอกว่า คาดการณ์ว่าน่าจะไปแค่ 3 เดือนก็คงสงบ

แต่พอเอาเข้าจริง ระยะเวลามันนานไปถึง 8 เดือนเลย

ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายก่อนแฟนจะได้กลับจริง เราดันตั้งท้อง

(ต้องบอกว่า เขาจะมีรอบพักนะคะ ซึ่งมากหรือน้อยแล้วแต่รอบ)

ช่วง 2 เดือนนั้นก็มีการปะทะเรื่อยๆเลยค่ะ หนัก-เบา สลับกัน

แต่แฟนเริ่มอยู่ตัวแล้ว ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง

ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับตอนแรกที่เพิ่งเริ่ม

ในระหว่างนั้นเราก็มีไปเที่ยวสุรินทร์ในช่วงที่แฟนได้พัก

และใช่ค่ะ พอกลับมาได้น้องจากสุรินทร์มาในท้อง 1 หน่วย 😅

ถ้าหากใครที่ท้องช่วงแรกจะรู้ว่า อารมณ์อ่อนไหวมาก

แล้วเป็นช่วงที่เขาปะทะกันพอดี พอช่วงสถานการณ์พีค

เรานี่คุยโทรศัพท์ไป ร้องไห้ไป กลัวจะได้เลี้ยงลูกคนเดียว

แถมไม่ได้คุยกับแฟนเยอะเลย วันนึงไม่กี่นาที

เพราะมีโดรนจับสัญญาณเพื่อระบุตำแหน่งที่ตั้ง

แม้แต่ในวันที่เขาได้พัก 5 วัน เขายังต้องรีบกลับบ้าน

เพื่อมาจดทะเบียนสมรสกับเรา โดยบอกเราว่า

คงรอฤกษ์อะไรไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าเขาจะโดนเรียกด่วนตอนไหน

และใช่ค่ะ เป็นการจดทะเบียนสมรสที่ไม่มีฤกษ์อะไรเลย

รีบจด รีบเอาเราเข้ารับสิทธิ์จ่ายตรง

เพื่อที่จะได้สิทธิ์ข้าราชการ และเป็นการเริ่มต้นชีวิตคู่

เราก็อุ้มท้องมาเรื่อยๆ จนสุดท้ายแฟนก็ได้กลับบ้าน

กลับมาอยู่ดูแลเราและทำงานที่หน่วยตามปกติ 💖

สุดท้ายเราคิดแค่ว่า ’ ถ้าวันนั้นเขาไม่ได้กลับบ้าน

เราก็จะยอมรับในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ’

เพราะมันคืออาชีพของเขา มันคือสิ่งที่เขารัก

มันคือความรับผิดชอบของเขา มันคือสิ่งที่เขาต้องดูแล

ส่วนตัวเราเอง เรามีหน้าที่ดูแลตัวเองให้ดี

ให้เขาไม่เป็นห่วง ดูแลลูกในท้องให้ดี รอวันที่เขากลับบ้าน

ไม่เครียด หาอะไรทำไปเรื่อย ไปทำงาน ทำงานบ้าน

อยู่กับแมว หาของกินอร่อยๆ สุดท้ายก็ผ่านมาได้ค่ะ

พอผ่านมาได้แล้ว ก็คิดว่าวันนึงถ้าลูกรู้เรื่อง

จะเล่าเรื่องนี้ให้ลูกฟัง ว่าปะป๊าเก่งมาก

ปะป๊าจิตแข็งสุดๆ เพราะในสนามรบมันพร้อมตุยได้ทุกเมื่อเลย🥲

#รีวิวคนสำคัญ #รีวิวครึ่งปี #ปราสาทตาควาย #ไทยกัมพูชา #นายร้อยจปร

7/10 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการมีแฟนที่อยู่ในสนามรบในช่วงเวลาที่สำคัญอย่างการตั้งครรภ์ เป็นประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความกังวลมากกว่าที่หลายคนอาจคิด ในฐานะคนที่เคยผ่านสถานการณ์นี้มา ต้องบอกว่าความรู้สึกกลัวและไม่แน่นอนนั้น มันหนักหนาสาหัสกว่าที่คาดคิด ในช่วงที่มีเสียงปืนใหญ่ดังและความตึงเครียดของการรบ เรายังจำได้ดีว่าการรอคอยโทรศัพท์แค่สายนึงจากแฟนกลายเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ที่สุดในวันหนึ่ง การคุยโทรศัพท์ที่มีเวลาจำกัดและต้องระวังเรื่องโดรนจับสัญญาณ ยิ่งทำให้ความรู้สึกนั้นเต็มไปด้วยความเศร้าและห่วงใย แต่ก็สอนให้เราเข้มแข็งขึ้น เราต้องเป็นทั้งกำลังใจและที่พักใจให้แฟน แม้อยู่ไกลแค่ไหน แค่คำพูดว่า "สบายดี ไม่กลัวปืน ไม่กลัวระเบิด" ก็ทำให้ใจชื้นขึ้นมาก การตั้งครรภ์ในช่วงสถานการณ์สงครามทำให้อารมณ์เราอ่อนไหวขึ้นมากกว่าปกติ หลายครั้งที่น้ำตาไหลขณะคุยโทรศัพท์เพราะกลัวจะเลี้ยงลูกเพียงลำพัง ความไม่แน่นอนทำให้เราต้องหากิจกรรมผ่อนคลาย เช่น ทำงานบ้าน ดูแลแมว หรือหาอาหารอร่อยๆ กิน เพื่อไม่ให้จิตใจหนักเกินไป สิ่งสำคัญที่ได้เรียนรู้คือการดูแลตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อให้ลูกน้อยในท้องแข็งแรง และให้แฟนไม่ต้องเป็นห่วงในตอนที่อยู่ในสนามรบ แม้ว่าจะมีช่วงเวลาที่ต้องรีบจดทะเบียนสมรสแบบไม่มีฤกษ์ยามเพราะสถานการณ์ไม่แน่นอน แต่เราเชื่อว่านี่เป็นการเริ่มต้นชีวิตคู่ที่มาพร้อมความรักและความรับผิดชอบอย่างแท้จริง สุดท้ายประสบการณ์นี้ทำให้เราเห็นคุณค่าของชีวิตและความเข้มแข็งของแฟนในฐานะทหาร และความอดทนของตัวเองในฐานะแม่ที่จะต้องเลี้ยงดูลูกด้วยหัวใจที่แข็งแกร่ง ความรักและความอดทนนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและมั่นคงต่อไปในอนาคต

26 ความคิดเห็น

รูปภาพของ รีวิวไปตามใจฉัน
รีวิวไปตามใจฉัน

สู้ๆนะคะคุณแม่ แฟนเราไปตั้งแต่มิถุนายน เราท้องกรกฎาจนคลอดเลบค่ะ แฟนลาได้บ้างไม่ได้บ้าง เราไปหาหมอเองคนเดียวตลอด แต่ดีช่วงคลอดแฟนลาได้ 1 เดือนค่ะ แล้วก็กลับไปประจำการ ปัจจุบันลูก 3 เดือนแล้ว ก็เลี้ยงเองคนเดียวค่ะ^^ แม่บ้านทหารอย่างเราต้องทำใจมากๆเลยค่ะ

ดูเพิ่มเติม(2)
รูปภาพของ ❤️น้ำตาล อมราวดี❤️
❤️น้ำตาล อมราวดี❤️

บ้านนี้ก็เช่นกันค่ะ สามีไปชายแดน ตอนเริ่มท้องอ่อนๆ ตอนนั้นเครียดมาก ต้องอยู่บ้านคนเดียว ทำอะไรคนเดียว แต่ช่วงที่ไปตามนัดหมอ เขาลาได้แล้วพาไปหาหมอทุกครั้ง จนกระทั่งคลอด ได้ลามาช่วยภรรยาเลี้ยงบุตร แรกๆก็ทำใจไม่ค่อยได้ แต่ตอนนี้ชินแล้วค่ะ 1เดือน ได้พัก10 วัน มาทุกเดือน😁😁

ดูเพิ่มเติม(2)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม