Automatically translated.View original post

Why?...We are addicted to self-improvement.

Why can't we stop improving ourselves? (Or really, are we just addicted to the feeling of being better?) 🧠✨

Have you ever been? Buy a full class of self-improvement books, put a lot of online courses, listen to podcasts.

Since waking up to sleep...If yes, congratulations. You are.

One of the "Self-Improvement Addict" already! 🙋‍♀️

Psychologically, our preference for self-improvement is due to brain mechanisms that require 'Dopamine'. Every time we gain new knowledge or accomplish a small goal, the brain says, "Very good! Do it again," so that sometimes we become addicted to the feeling of 'getting better' than actually getting better.

The angle of the jib. So summarize 3 warning signs that we are developing ourselves like Toxic? With a solution to deposit in the picture!

Stop pressuring yourself and grow up happy.

Happy. 🌱

# Corner of the jib # Psychology # Lemon 8 Howtoo

# Develop yourself # Heal heart

2/17 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ส่วนตัวและการสังเกตพฤติกรรมของตัวเอง พบว่าการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องนั้นมักเริ่มจากความรู้สึก “อยากเก่งขึ้น” หรือ “อยากดีขึ้น” ซึ่งในทางจิตวิทยา สมองจะตอบสนองด้วยการปล่อยสารโดพามีน ทำให้เรารู้สึกดีและอยากทำซ้ำ แต่ถ้าหากเราไม่ระวัง ก็อาจเข้าสู่ภาวะ "เสพติดการพัฒนาตัวเอง" หรือ Self-Improvement Junkie ที่หมายความว่าเราทำแต่เรียนรู้หรือสะสมความรู้โดยไม่ได้ลงมือทำจริง หรือบางครั้งก็ซื้อหนังสือและคอร์สเรียนเก็บไว้โดยไม่ได้นำไปใช้จริง ปัญหาสำคัญคือเรามักเสพติดความรู้สึกว่าตัวเองเก่งขึ้น แทนที่จะโฟกัสที่การเปลี่ยนแปลงจริงในชีวิต นอกจากนั้น การเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่นหรือการตั้งเป้าหมายสูงเกินไป อาจทำให้รู้สึกผิดเมื่อล้มเหลว หรือไม่สามารถทำตามเป้าหมายได้ จนอาจก่อให้เกิดความเครียดและรู้สึกหมดพลัง วิธีที่ช่วยให้พัฒนาตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพและสุขภาพใจดี คือ การแบ่งเวลาเรียนรู้และลงมือทำให้เหมาะสม เช่น กฎ 70/30 ที่เรียนรู้ 30% และลงมือทำ 70% ทำให้มีผลลัพธ์จริงและรู้สึกถึงความก้าวหน้า นอกจากนี้ การฉลองชัยชนะเล็ก ๆ ก็ช่วยสร้างความรู้สึกดีและเพิ่มแรงจูงใจโดยไม่ต้องรอความสำเร็จใหญ่ หรือการตั้งเป้าหมายแบบเน้นความก้าวหน้า (Focus on Progress) แทนการเน้นความสมบูรณ์แบบ จะช่วยลดความกดดันตัวเองลงได้มาก สำหรับใครที่รู้ตัวว่าเริ่มเสพติดการพัฒนาตัวเองจนเกินไป ลองหยุดพักเพื่อประเมินและตั้งคำถามกับตัวเองว่ากำลังทำเพื่ออะไร เพื่อความสุขหรือแค่ความรู้สึกดีชั่วคราว เพราะเมื่อการพัฒนาตัวเองกลายเป็นภาระหรือความกดดัน ก็อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีต่อใจและสุขภาพในระยะยาวเลยทีเดียว