ทำไม?...คน "EQ สูง"ถึงโตไวกว่าคน "IQ สูง"🤔

3/2 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนถามว่า “EQ สูง” คืออะไรกันแน่ แล้วต่างจากแค่เป็นคนใจดีไหม? จากที่เจอในชีวิตการทำงานจริงๆ ฉันมองว่า EQ สูงคือความสามารถในการ “รับรู้อารมณ์ตัวเอง-คนอื่น” แล้วจัดการมันได้เหมาะกับสถานการณ์ ไม่ใช่การเก็บกดหรือยอมทุกอย่าง แต่คือการเลือกตอบสนองแบบมีสติ เลยทำให้ดูเป็นผู้ใหญ่และโตไวในสายตาคนรอบข้าง สิ่งที่ทำให้คน EQ สูงไปได้ไกล คือเขาอ่านเกมอารมณ์ออกและไม่ปล่อยให้อารมณ์พาเสียงาน เช่น ตอนโดนตำหนิในที่ประชุม คนที่คุมอารมณ์เก่งจะไม่รีบเถียงหรือประชด แต่จะ “พักอารมณ์ 3 วินาที” แล้วถามกลับแบบชัดๆ ว่าควรปรับตรงไหน นี่แหละที่ต่อยอดไปสู่ความน่าเชื่อถือ (Trustworthiness) เพราะคนอื่นรู้สึกว่าเราคุยด้วยได้ ไม่ทำให้สถานการณ์บานปลาย ถ้าอยากฝึก EQ ให้สูงขึ้น ลองเริ่มจากเช็กลิสต์ง่ายๆ ที่ฉันใช้บ่อยเวลาใจไม่นิ่ง: 1) ตั้งชื่ออารมณ์ให้ได้ก่อน: “ตอนนี้ฉันกำลังหงุดหงิด/กังวล/น้อยใจ” แค่ตั้งชื่ออารมณ์ สมองจะเริ่มกลับมาใช้เหตุผลมากขึ้น 2) หายใจแบบ 4-4-6: หายใจเข้า 4 วินาที กลั้น 4 วินาที แล้วปล่อยออก 6 วินาที ทำ 3 รอบ ช่วยลดความพุ่งของอารมณ์ได้ดีมากก่อนตอบโต้ 3) เปลี่ยนคำว่า ‘เขาว่าเรา’ เป็น ‘นี่คือฟีดแบ็ก’: เวลารับ Feedback ให้โฟกัส “ข้อมูล” ไม่โฟกัส “น้ำเสียง” แล้วจดเป็นข้อๆ ว่าจะปรับอะไรได้บ้าง อีกอย่างที่ทำให้คน EQ สูงดูโตไวคือเรื่อง Connection หรือ Social Skills เขามักสื่อสารแบบไม่ทำร้ายกัน เช่น ใช้ประโยค “ฉันรู้สึกว่า…” แทน “เธอทำให้…” พอคุยแล้วไม่ชน คนก็อยากร่วมงานด้วย โอกาสใหม่ๆ เลยเข้ามาเอง สุดท้ายคือ Resilience ความทนทานต่อความเครียด คน EQ สูงไม่ได้ไม่เครียดนะ แต่เขาฟื้นไว เพราะรู้วิธีระบายอย่างปลอดภัย เช่น เดินเร็ว 15 นาที เขียนบันทึก 5 นาที หรือคุยกับคนที่ไว้ใจโดยไม่โทษตัวเองซ้ำๆ ถ้าอยากทดสอบตัวเอง ลองนึกถึงเหตุการณ์ล่าสุดที่คุณ “นิ่งไว้แล้วรอด” หรือ “หลุดแล้วพัง” แล้วเลือกฝึกแค่ 1 ข้อจากเช็กลิสต์ข้างบนต่อวัน สะสมไปเรื่อยๆ คุณจะเห็นเลยว่า EQ สูงขึ้นจริง และทั้งงานกับความสัมพันธ์จะโล่งขึ้นแบบสัมผัสได้