ใครมีโรคตาจะเห็นแบบนี้...ค่ะ
เครดิตตามคลิปค่ะ ขอบคุณคุณหมอกิ๊กจักษุแพทย์ค่ะ
ถ้าคุณกำลัง “มองเห็นแสงแว๊บๆ หางตา” (เหมือนมีแฟลชวาบๆ หรือเส้นแสงพุ่งๆ แว่บเข้ามาด้านข้าง) บอกเลยว่าเป็นอาการที่หลายคนชะล่าใจ เพราะบางครั้งมันมาแค่ไม่กี่วินาทีแล้วก็หาย แต่จริงๆ แล้วเป็นสัญญาณที่ควรสังเกตให้ดีค่ะ จากที่เราอ่านข้อมูลด้านจักษุและเทียบกับประสบการณ์ตัวเอง อาการแสงแว๊บๆ มักเกี่ยวกับ “วุ้นตาดึงรั้งจอประสาทตา” หรือภาวะที่วุ้นตาเสื่อมและเกิดการเปลี่ยนแปลงตามวัย (บางคนเป็นเร็วขึ้นถ้าสายตาสั้นมาก) เวลาวุ้นตาไปดึงจอประสาทตา สมองจะรับรู้เป็นแสงวาบๆ ได้ แม้ไม่มีแสงจริงๆ เข้ามา อาการนี้มักเห็นชัดตอนอยู่ในที่มืด ตอนลุกเร็วๆ หรือหันตาไปด้านข้างไวๆ สิ่งที่ต้องเช็กเพิ่มคือมี “จุดดำลอยไปลอยมา” (floaters) เพิ่มขึ้นไหม หรือเห็นเหมือนหยากไย่/เศษฝุ่นเยอะขึ้นแบบฉับพลัน เพราะถ้าแสงแว๊บๆ มาพร้อมจุดดำเพิ่มขึ้นมากๆ อาจบ่งถึงภาวะวุ้นตาลอก หรือร้ายกว่านั้นคือ “จอประสาทตาฉีกขาด/จอประสาทตาลอก” ซึ่งต้องรีบตรวจค่ะ อาการอันตรายที่ควรไปพบจักษุแพทย์แบบเร่งด่วนภายใน 24 ชั่วโมง: - แสงแว๊บๆ ถี่ขึ้นหรือแรงขึ้นเรื่อยๆ - จุดดำลอยเพิ่มขึ้นฉับพลันเป็นจำนวนมาก - เห็นเงาดำเหมือนม่านบังด้านข้าง/ด้านบนของภาพ - ตามัวลงทันที เห็นภาพบิดเบี้ยว หรือสูญเสียลานสายตาบางส่วน ระหว่างรอไปพบหมอ เราแนะนำให้ “งดขยี้ตา” และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระแทกแรงๆ (เช่น กระโดดแรง วิ่งหนัก ยกของหนัก) เพราะถ้ามีรอยฉีกที่จอประสาทตาจริง การกระแทกอาจทำให้อาการแย่ลงได้ ที่สำคัญคืออย่าพยายามหยอดยาหรือซื้อยามาทดลองเอง เพราะแสงแว๊บๆ ไม่ได้เกิดจากตาแห้งอย่างเดียวค่ะ ตอนเราไปตรวจ หมอจะส่องตรวจจอประสาทตา (บางครั้งต้องหยอดยาขยายม่านตา) เพื่อตัดสินว่ามีรอยฉีกหรือมีความเสี่ยงจอประสาทตาลอกไหม ถ้าเจอรอยฉีกเล็กๆ บางรายสามารถเลเซอร์ป้องกันได้เร็ว จะช่วยลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนในอนาคต สรุปคือ แสงแว๊บๆ ที่หางตาอาจเป็นเรื่องไม่อันตรายในบางคน แต่เพราะมันเชื่อมกับโรคตาสำคัญได้เหมือนกัน โดยเฉพาะถ้าเกิดใหม่/เกิดถี่/มีจุดดำเพิ่ม ให้ถือว่า “ควรตรวจจักษุแพทย์” จะอุ่นใจและปลอดภัยที่สุดค่ะ


















❤️❤️❤️❤️