Automatically translated.View original post

✅ Vicious Buri Roast Chicken Recipe with Spicy Dip Dip🐔

Fermented Recipe Vicious Buri Roast Chicken with Spicy Dip Juice

+ + + Chicken fermentation + + +

1. 2 kilo chicken

2. 3 lemongrass

3. 20 cloves garlic

4. 7 coriander roots

5. 1 tablespoon black pepper

6. 2 pandan leaves

7. 2 tablespoons oyster sauce

8. Soy sauce 1 - 1 / 2 tablespoon

9. 4 heads of shallots

10.Fresh milk 1 can

11. 1 teaspoon salt

+ + + How to do + + +

Wash the chicken thoroughly and wash it. Bring the coriander root, lemongrass, pandan leaves, pepper, garlic, shallots, smoothie with fresh milk thoroughly. Then pour it into a container for fermenting the chicken. Mix the seasonings, mingle well. Bring the chicken into the marinade and leave for 30 minutes. Then make a dipping sauce.

When you get Vicious Buri roast chicken, what is indispensable is a delicious dipping sauce. How to do this...

+ + + dipping sauce formula 1 + + +

1. 2 - 3 tablespoons fish sauce

2. 2 tablespoons cooked boiled wet tamarind water

3. 1 tablespoon of beep sugar

4. 1 - 2 tablespoons lemon juice

5. 1 tablespoon roasted rice

6. 1 tablespoon cayenne pepper

7. 1 tablespoon alley onion

8. Parsley

+ + + How to do + + +

Bring lemon juice, peep sugar, wet tamarind juice, fish sauce, and mix until well together and taste it sour, sweet, salty. Then add roasted rice, cayenne pepper, stir well and sprinkle with alley onion, parsley.

+ + + Dipping sauce formula 2 + + +

1. 5 cloves garlic

2. 3 red peppers

3. 1 / 4 cup granulated sugar

4. 2 heads of pickled garlic

5.Salt 1-2 teaspoons

+ + + How to do + + +

Bring the whole machine to be pounded thoroughly and set the light to make the sugar melt.

# Roast chicken Vicious Buri

# Herbal roast chicken

# Kitchen with lemon

# Roast chicken, dipping sauce

# Vicious roast chicken

2025/8/29 Edited to

... Read moreถ้าใครเสิร์ชหา “น้ำจิ้มไก่ย่างวิเชียรบุรี” แล้วทำออกมาทีไรยังไม่ค่อยได้ฟีลแบบร้าน ลองเช็ก 5 จุดนี้ก่อนค่ะ เราทำบ่อยมากจนจับทางได้ว่า ความอร่อยของไก่ย่างวิเชียรฯ อยู่ที่ “บาลานซ์รส + กลิ่นหอม” ของน้ำจิ้มเลย 1) จุดสำคัญของ “แจ่ววิเชียร” คือความหอมของข้าวคั่ว ข้าวคั่วทำให้รสแจ่วกลมขึ้นและหอมแบบที่ร้านไก่ย่างนิยมกัน เคล็ดลับของเราคือคั่วข้าวสารเองไฟอ่อนจนเป็นสีน้ำตาลทอง (อย่าให้ไหม้) แล้วตำ/ปั่นหยาบๆ จะหอมกว่าซื้อแบบสำเร็จมาก ใส่ทีละนิดแล้วคนให้เข้ากัน จะได้ไม่ข้นจนเกินไป 2) น้ำมะขามเปียกต้อง “ต้มสุก” และเข้มข้นพอดี หลายคนใช้น้ำมะขามแบบจาง ทำให้แจ่วรสไม่ลึก แนะนำแช่มะขามเปียกกับน้ำอุ่น บีบและกรอง แล้วนำไปต้มให้เดือดสักพัก พักให้เย็นก่อนค่อยผสม (กลิ่นจะนวลขึ้น) ถ้าอยากได้โทนวิเชียรบุรีจะออกเปรี้ยวละมุน ไม่แหลมเกิน 3) สูตรชิมรสแจ่วให้อร่อยแบบ “สามรส” เวลาผสม เราจะเริ่มจาก น้ำปลา + น้ำตาลปี๊บ ให้ละลายก่อน แล้วค่อยเติมน้ำมะขาม ตามด้วยมะนาวทีหลัง (มะนาวใส่สุดท้ายจะหอมกว่า) ชิมให้ได้ “เค็มนำ-หวานตาม-เปรี้ยวปิดท้าย” แล้วค่อยใส่พริกป่นและข้าวคั่ว ปรับเผ็ดตามชอบ 4) ผักที่ทำให้แจ่วหอมขึ้นแบบร้าน ต้นหอมซอยกับผักชีฝรั่งเป็นตัวชูโรงมาก เราชอบซอยแล้วแช่เย็นไว้ พอจะกินค่อยโรย จะหอมสด ไม่ช้ำง่าย ถ้าชอบกลิ่นสมุนไพรแบบไก่ย่างวิเชียรบุรี จะเพิ่มหอมแดงซอยบางๆ ได้อีกนิด (แต่ไม่ต้องเยอะ เดี๋ยวกลบกลิ่นแจ่ว) 5) น้ำจิ้มกระเทียมดองให้อร่อย ต้องเคี่ยวแค่พอ “น้ำตาลละลาย” สูตรกระเทียมดองหลายบ้านอร่อยเพราะกลิ่นเปรี้ยวหวานเฉพาะตัว เคล็ดลับคือโขลกกระเทียม + พริกชี้ฟ้า + กระเทียมดองให้ละเอียด แล้วตั้งไฟอ่อนแค่ให้น้ำตาลละลายและน้ำจิ้มเนียนขึ้น ไม่ควรเคี่ยวนานจนข้นมาก เพราะจะหวานโดดและกลิ่นดองจะหาย ทริคเสิร์ฟให้เข้ากับไก่ย่างวิเชียรบุรีแบบสุดๆ - ถ้าไก่ย่างหนังเหลืองทอง (แบบในรูป) เราชอบจับคู่ “แจ่ว” เพราะตัดเลี่ยนดีมาก - ถ้าทำกินกับข้าวเหนียว/ส้มตำ เพิ่มพริกป่นและมะนาวอีกนิด จะถึงเครื่องขึ้น - ทำล่วงหน้าได้: แจ่วเก็บตู้เย็นได้ 1–2 วัน แต่แนะนำให้แยก “ข้าวคั่วและผัก” ไว้ค่อยใส่ตอนกิน จะหอมสดกว่า ลองทำตามนี้แล้วรสจะใกล้เคียงน้ำจิ้มไก่ย่างวิเชียรบุรีที่คนตามหาเลยค่ะ โดยเฉพาะความหอมของข้าวคั่วกับรสเปรี้ยวละมุนจากน้ำมะขามต้มสุก