เกือบขิต โชคดีมีสายชาร์จ Gizmo ช่วยชีวิต!
เกือบขิต โชคดีมีสายชาร์จ Gizmo ช่วยชีวิต! #GizmoLifesaverMission
ถ้าถามว่า “สายชาร์จ Gizmo ดีไหม” เราว่าต้องเล่าจากสถานการณ์ที่เจอจริงก่อนเลย คือวันที่แบตเหลือไม่กี่เปอร์เซ็นต์ กำลังจะต้องใช้มือถือทำธุระ/เรียกรถ/ติดต่อคน แล้วดันลืมสายชาร์จไว้ที่บ้าน…จังหวะนั้นคือเครียดมาก เพราะมือถือคือทุกอย่างจริงๆ เลยหยิบสายชาร์จ Gizmo มาใช้แบบไม่ได้คาดหวังมาก แต่สรุปคือช่วยชีวิตได้จริง สิ่งที่เราดูเป็นข้อแรกคือ “ชาร์จเข้าไหม และขึ้นเตือนอะไรหรือเปล่า” ของเราคือเสียบแล้วชาร์จเข้าเลย ไม่เด้งเตือนแปลกๆ (พวกอุปกรณ์ไม่รองรับ) อันนี้สำคัญมากสำหรับสายชาร์จที่ซื้อแบบเร่งด่วน เพราะบางอันเสียบแล้วชาร์จช้า/หลวม/ต้องขยับถึงจะติด แต่ของ Gizmo ที่ลองคือเสียบแล้วนิ่ง ไม่ต้องคอยจับสายไว้ตลอดเวลา ต่อมาคือ “ความเร็วในการชาร์จ” ต้องบอกตรงๆ ว่าความเร็วขึ้นอยู่กับหัวชาร์จ (อะแดปเตอร์) และรุ่นมือถือด้วย ไม่ใช่สายอย่างเดียว ถ้าใช้กับหัวชาร์จที่จ่ายไฟดีๆ จะรู้สึกว่าชาร์จได้สม่ำเสมอ ไม่แกว่ง ไม่หลุดๆ ติดๆ สำหรับเราแค่ให้มันชาร์จได้ต่อเนื่องตอนฉุกเฉินก็ผ่านแล้ว เพราะตอนนั้นต้องการแค่ให้แบตพอใช้งานให้รอดก่อน เรื่อง “ความทน/งานประกอบ” เราเช็กง่ายๆ จาก 3 จุด: หัวเสียบแน่นไหม, สายแข็งไปจนหักง่ายหรือเปล่า, และจุดต่อหัวสายดูแข็งแรงไหม ของ Gizmo ที่ใช้รู้สึกว่าหัวแน่นกำลังดี ไม่หลวมจนหลุดง่าย และสายไม่แข็งจนงอไม่ได้ (แบบนั้นพกยาก) แต่ก็ไม่ย้วยจนดูบอบบาง ถ้าคุณกำลังตัดสินใจซื้อ แนะนำให้เลือกให้ตรงกับพอร์ตมือถือก่อน (เช่น Type-C / Lightning / Micro USB) และดูความยาวสายให้เหมาะกับการใช้งานจริง เช่น ถ้าใช้บนโต๊ะทำงานอาจเลือกยาวขึ้น แต่ถ้าพกออกนอกบ้าน เอาที่ม้วนเก็บง่ายจะสะดวกกว่า สรุปจากที่เราใช้แบบ “ภารกิจช่วยชีวิต” คือ สายชาร์จ Gizmo เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้สายสำรองไว้ในกระเป๋า/รถ/ที่ทำงาน เผื่อวันลืมสายหลัก หรือสายเดิมพังแบบไม่ทันตั้งตัว ถ้าเป้าหมายคือสายที่เสียบแล้วชาร์จเข้า ใช้งานได้จริงในสถานการณ์เร่งด่วน เราว่าโอเคเลย






























