Automatically translated.View original post

The latter sensation watched The Devil Wears Prada return in 20 years.👠

5/4 Edited to

... Read moreหลายคนอาจสงสัยว่า “The Devil Wears Prada แปลว่าอะไร” แบบสั้น ๆ คือ “ปีศาจที่สวมปราด้า” (หรือชื่อไทยที่คุ้น ๆ คือ “นางมารสวมปราด้า”) ซึ่งพอดูซ้ำแล้วจะรู้เลยว่า “ปราด้า” ในเรื่องไม่ได้หมายถึงแค่แบรนด์ แต่เป็นสัญลักษณ์ของโลกแฟชั่น/โลกงานที่กดดันและแข่งขันสูงมาก ๆ ถ้าใครกำลังหา “รีวิว The Devil Wears Prada” เพราะลังเลว่าจะดูดีไหม บอกเลยว่าดูซ้ำรอบนี้ยังสนุกและคมเหมือนเดิม จุดที่ทำให้เรื่องอยู่เหนือกาลเวลา (ประมาณ REIGN FOREVER ตามฟีลโปสเตอร์) คือการเล่าความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้า-ลูกน้องและการเติบโตของตัวเอกได้จริงมาก เราจะเห็นแอนดี้ค่อย ๆ เปลี่ยนจาก “คนนอกวงการ” ไปเป็นคนที่เริ่มเล่นเกมงานเก่งขึ้น แต่มันก็แลกมาด้วยอะไรบางอย่างในชีวิตส่วนตัว ประเด็นที่คนชอบค้นชื่อ “มิแรนด้า พรีสต์ลีย์” ก็ไม่แปลกเลย เพราะเธอเป็นตัวละครที่ทั้งน่าเกรงและน่าศึกษา เวลาเธอนิ่ง ๆ พูดน้อย ๆ แต่ทำให้ทั้งออฟฟิศสะเทือนได้คือสุดจริง ดูซ้ำแล้วกลับรู้สึกว่า มิแรนด้าไม่ได้ “ร้ายแบบการ์ตูน” เธอแค่ใช้มาตรฐานสูงมาก และอยู่ในโลกที่ผลลัพธ์ต้องเป๊ะตลอด ซึ่งทำให้เราเผลอถามตัวเองว่า ถ้าเราอยู่ในที่ทำงานแบบนั้น เราจะรับมือไหวไหม อีกมุมที่ทำให้เรื่องนี้ดูเพลินคือเคมีของตัวละครรอบ ๆ แอนดี้ โดยเฉพาะเอมิลี่ บลันท์ ที่ทั้งขำ ทั้งน่าเอ็นดู และสะท้อนความ “ยอมแลกทุกอย่างเพื่อโอกาส” ได้ชัดมาก ฉากเล็ก ๆ หลายฉากจำติดหัว เพราะมันจริงกับชีวิตมนุษย์ออฟฟิศสุด ๆ ส่วนคนที่เสิร์ชว่า “The Devil Wears Prada 2 รีวิว / The Devil Wears Prada 2 ดู / กี่นาที” ตรงนี้ขอแชร์แบบคนดูหนังทั่วไปว่า ถ้าภาค 2 มีจริง สิ่งที่อยากเห็นไม่ใช่แค่ความเริ่ดของแฟชั่น แต่คือการพาเราไปดูว่าเมื่อโลกสื่อ/แฟชั่นเปลี่ยนไป (ยุคโซเชียล, คอนเทนต์ไว, อินฟลูเอนเซอร์) ตัวละครอย่างมิแรนด้าจะปรับตัวยังไง และแอนดี้จะกลับมาเจอกันในสถานะไหน ที่สำคัญคืออยากให้ยังคง “บทสนทนาที่คม” แบบเดิม เพราะนี่คือเสน่ห์หลักของเรื่อง สรุปสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจ: ถ้าชอบหนังที่ดูสนุก มีแฟชั่นให้มองเพลิน ๆ แต่แกนเรื่องเป็นดราม่าการทำงานที่แทงใจ และมีตัวละครไอคอนอย่างมิแรนด้า พรีสต์ลีย์ เรื่องนี้ยังคุ้มค่ากับการดู (หรือดูซ้ำ) มาก ๆ