ชีวิตหลังดรอปเรียน
สวัสดีค่ะทุกคน ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ามะนาวเลย
ก็จะบอกว่าใช่แล้วดรอปเรียน เหตุผลที่เราดรอปเรียนเพราะว่าเศรษฐกิจการเงินปัญหาการเงินมีปัญหา คนที่แบกรับภาระมีแค่คนเดียวคือพ่อเรา และเราเองก็ไม่มีทางเลือก ในเมื่อเกิดวิกฤตแบบนี้แล้วเราจำเป็นต้องดรอปออกมาเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ นั่นแหละค่ะ
.
หลังจากเราดรอปเรียนมา เราก็ออกมาหางานประจำทำ ถ้าไปหามาแรกๆก็ยังไม่ได้ แต่ก็มาได ้ที่เซ็นทรัล เราเป็นพนักงานประจำที่ร้านบะหมี่เลข 8 เราว่าทุกคนน่าจะคุ้นกันแหละ จะตอนแรกเราได้สมัครมาเป็นพนักงานเสิร์ฟนั่นคือที่เราตั้งใจเอาไว้นะแล้วก็ใช่ยังอยู่ในช่วงทดลองงาน ทางผู้จัดการก็บอกแล้วล่ะว่าเราจะเริ่มเข้าอบรมวันไหนเดือนไหน ก็ต้องมาลุ้นกันว่าเราจะผ่านการทดลองงานไหม ก็ขึ้นอยู่กับการประเมินของผู้จัดการแล้วก็ทางเขตด้วย
.
แล้วก็หลังจากที่เราทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟมาสักพักหนึ่งนี่ก็เข้าเดือนที่ 3 แล้ว ผู้จัดการย้ายตำแหน่งเราให้ไปเป็นพนักงานกุ๊ก จากเดิมที่เราทำงานเสิร์ฟหรือบริการอะนะ พอทีนี้แหละพอได้เริ่มเข้าไปทำ 2 วันแรกเรารู้สึกตื่นเต้นแล้วก็รู้สึกกดดันด้วยเคยคิดอยากจะบอกว่าไม่อยากทำแล้ว อีกในใจหนึ่งคือทำไมเราต้องมาทำกุ๊กเพราะว่าเรามาสมัครเป็นพนักงานบริการนะไม่ใช่มาทำกุ๊ก แต่เนื่องจากว่าผู้จัดการมีเหตุผลก็คือกุ๊กที่เราทำงานอยู่นี้คนไม่พอ เขาก็เลยจำเป็นจะต้องให้พนักงานเสิร์ฟคนนึงที่เป็นพนักงานประจำมาเป็นกุ๊ก แต่ที่จริงเราก็ไม่อยากทำหรอกนะพนักงานกุ๊กน่ะ เพราะว่ามันไม่ใช่ความชอบของเรา และอีกอย่างเราว่าเราทำบริการมันก็ดีอยู่แล้ว ก็ไม่รู้ว่าเราจะสามารถทนไปได้นานแค่ไหน 2 วันแรกที่เราทำเราก็รู้สึกว่าทั้งเหนื่อยและก็รู้สึกกดดันด้วยแต่ก็มันก็ผ่านๆมาแล้วเราเองก็จะพอจะปรับตัวได้แล้ว แต่ก็ไม่รู้หรอกนะว่าจะเจอเรื่องปวดหัวหรือเจอเรื่องกดดันอีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ยิ่งเป็นพนักงานกูต้องยิ่งแบบว่าทำอะไรให้มันเร็วๆด้วย แต่ก็นะถ้าเกิดว่าถ้ามันทำไปได้สักระยะหนึ่งแล้วถ้าเกิดว่าเรายังเร็วไม่มากพอแล้วนายจะต้องรู้สึกโดนกดดันอีกแล้วก็จะออกมาไม่ก็ถ้าเกิดเราใจแข็งพอนะเราก็อยากจะคุยกับผู้จัดการว่าขอกลับไปทำตำแหน่งเดิมได้ไหม ก็อยู่ที่เราด้วยแหละ ถ้ามันไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
.
ก็นี่แหละค่ะเรื่องราวที่เรามาอัพเดทในช่วงนี้ดรอปเรียนและมาทำงานที่ร้านบะหมี่เลข 8






















